Tuesday, October 8, 2019
Friday, May 3, 2019
Tuesday, March 5, 2019
เปิดใจสลด ต่าย มนัสนันท์ บ่นคิดถึง แตงโม มาก “อยากหายบ้าเร็วๆจะได้ไปหาเพ...
เปิดใจสลด ต่าย มนัสนันท์ บ่นคิดถึง แตงโม มาก “อยากหายบ้าเร็วๆจะได้ไปหาเพื่อน คลิป
กลายเป็นภาพสะเทือนใจ สำหรับอดีตดาราสาว ต่าย มนัสนันท์ ที่ล่าสุดพบอยู่ในสภาพไม่เหลือเค้าดาราสาวสวยในอดีต ผมถูกกล้อน ผอมเกร็ง นั่งอยู่ริมถนน ขอเงินคนเดินผ่านไปมา บอกหิวข้าว ขอเงินไปซื้อข้าว
โดยมีคนจำนวนมากเห็นสภาพดังกล่าวแล้วต่างแสดงความเห็นใจ ไม่อยากให้ซ้ำเติมอดีตดาราสาว รวมทั้งอยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ พาไปรักษาอาการป่วยด้วย
หากย้อนดูเส้นทางชีวิตต่าย มนัสนันท์ ปานดี เคยแสดงภาพยนตร์เรื่องดัง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า และ โกยเถอะโยม โดยเป็นคนในตัวเมืองชลบุรี หลังจากเรียนจบไปเป็นนางแบบและดาราตัวประกอบ รวมทั้งเดินสายร้องเพลงตามผับที่กรุงเทพฯ ได้ค่าตัวหลายแสนบาทต่อเดือน กระทั่งพลิกผันสุดๆ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังซอยชุมชนวัดเขาแตงอ่อน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของอดีตดาราสาวต่าย มนัสนันท์ ที่ใช้ชีวิตสุดรันทดอยู่กับคุณแม่ ภายในเพิงพักที่ใช้ผ้าใบมุงหลังคา และไร้ฝาบ้านบังแดดบังฝน ส่วนบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยกองขยะที่เก็บมาคัดแยกขยะขาย เพื่อนำเงินมาใช้ประทังชีวิตของอดีตดาราสาวและคุณแม่
นางอุษา จันทร์กัด อายุ 52 ปี แม่ของต่าย มนัสนันท์ เปิดใจทั้งน้ำตาว่า ก่อนหน้านี้ลูกสาวเรียนจบจากชั้นปวช. ด้วยความที่หน้าตาดีและเป็นดาวของวิทยาลัย ทำให้ถูกทาบทามไปเล่นหนังจนใช้ชีวิตสุขสบาย แต่ต่อมาไม่ค่อยมีงานในวงการ ก่อนลูกสาวจะลาวงการมาและมีลูก 2 คน อายุ 8 ขวบและ 6 ขวบ
นางอุษา กล่าวอีกว่า ชีวิตของลูกสาวมาพลิกผันจากหน้ามือเป็นหลังมือ เมื่อไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดแล้วถูกตำรวจจับได้ เมื่อถูกปล่อยตัวออกมาได้ย้ายกลับมาอยู่ที่อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ด้วยอาการไม่ปกติ ใช้ชีวิตแบบเร่ร่อนมาโดยตลอด โดยกลางคืนลูกสาวมักออกไปอยู่ข้างทางและไปอาศัยโรงพักนอน เพราะมั่นใจในความปลอดภัย
ก่อนหน้านี้ลูกสาวเคยถูกทำร้ายจนศีรษะแตก ทุกวันนี้รู้สึกเป็นห่วง ต้องคอยออกตามหา ตอนนี้อยากให้ลูกสาวตายซะดีกว่ามาใช้ชีวิตแบบนี้ ตอนนี้อยากได้เงินไปรักษาลูกสาว เพื่อจะได้กลับไปใช้ชีวิตอย่างปกติ อยากฝากถึงประชาชนให้เห็นใจและอย่าทำร้ายลูกสาวเลย...
‘แตงโม’สุดช็อกเปิดใจถึง ต่าย มนัสนันท์ ชีวิตเวทนาต้องขอทาน เผยอยากเจอเพื่อนรัก
กลายเป็นภาพสะเทือนใจ สำหรับอดีตดาราสาว ต่าย มนัสนันท์ ที่ล่าสุดพบอยู่ในสภาพไม่เหลือเค้าดาราสาวสวยในอดีต โดยมานั่งอยู่ริมถนน เพื่อขอเงินคนเดินผ่านไปมา บอกหิวข้าว ขอเงินไปซื้อข้าว
โดยมีคนจำนวนมากเห็นสภาพดังกล่าวแล้วต่างแสดงความเห็นใจ ไม่อยากให้ซ้ำเติมอดีตดาราสาว รวมทั้งอยากให้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ พาไปรักษาอาการป่วยด้วย
หากย้อนดูเส้นทางชีวิต ต่าย มนัสนันท์ ปานดี เคยแสดงภาพยนตร์เรื่องดัง แสบสนิทศิษย์ส่ายหน้า และ โกยเถอะโยม โดยเป็นคนในตัวเมืองชลบุรี หลังจากเรียนจบไปเป็นนางแบบและดาราตัวประกอบ รวมทั้งเดินสายร้องเพลงตามผับที่กรุงเทพฯ ได้ค่าตัวหลายแสนบาทต่อเดือน กระทั่งีชีวิตพลิกผันสุดๆ
สำหรับความคืบหน้า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปยังซอยชุมชนวัดเขาแตงอ่อน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของอดีตดาราสาว ต่าย มนัสนันท์ ที่ใช้ชีวิตสุดรันทดอยู่กับคุณแม่ ภายในเพิงพักที่ใช้ผ้าใบมุงหลังคา และไร้ฝาบ้านบังแดดบังฝน ส่วนบริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยกองขยะที่เก็บมาคัดแยกขยะขาย เพื่อนำเงินมาใช้ประทังชีวิตของอดีตดาราสาวและคุณแม่
ขณะที่ ต่าย มนัสนันท์ ยังคงปฏิเสธอยู่ตลอดเวลาว่าไม่ได้เป็นอะไร ซึ่งยังคงจำเพื่อนในวงการชื่อแตงโมได้ โดยคิดถึงแตงโมมาก รวมทั้งยังคิดถึงเพื่อนดาราที่ร่วมแสดงทุกคน ตอนนี้ไม่ได้ติดยาเสพติดแล้ว แม้จะมีการบังคับก็ตาม ส่วนตอนนี้อยากได้รถจักรยานยนต์ไว้ขี่ รวมทั้งอยากหายบ้าเร็วๆ และอยากกลับไปเล่นหลังอีก
ล่าสุดดาราสาว แตงโม นิดา พัชรวีระพงษ์ โพสต์ไอจีถึง ต่าย มนัสนันท์ พร้อมลงรูปอดีตดาราสาวและระบุว่า “ไม่รู้ระหว่างทางมึงเจอไรมาบ้าง ไม่เป็นไร…กูไม่สนใจ ตอนนี้เป็นห่วงมาก จะพยายามช่วยเท่าที่จะทำได้…ยัยแฝด”
ก่อนดาราสาว แตงโม นิดา เปิดใจกับข่าวสดออนไลน์ว่า “รู้จักกับต่ายค่ะ เพื่อนหนูเอง ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นไปได้ สงสารมาก เห็นจากที่มีข่าวออกมาว่าเขายังจำโมได้และบอกว่าอยากเจอโมด้วย โมรู้จักกับต่ายตั้งแต่ก่อนเข้าวงการ เหมือนคนที่เข้ามาในช่วงยุคเน็ตไอดอลเแรกๆ ช่วงนั้นยังเป็นเด็กๆ วัยรุ่นอยู่เลย ตอนนั้นไปแคสต์งาน อารมณ์แบบเด็กแต่ละโมเดลลิ่งก็มาเจอกัน ซึ่งแต่ก่อนก็จะมีแต่เด็กหน้าซ้ำๆ เดิมๆ วนเวียนแคสต์งานก็เลยจะรู้จักกันไปเอง แล้วต่ายกับโมสมัยก่อนดันหน้าเหมือนกันด้วยไง หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันเข้าวงการ เห็นต่ายไปเล่นหนังแป๊บนึงแล้วก็หายไปเลย คือพอตอนที่โมเริ่มเข้าวงการเต็มตัวก็ไม่ได้เจอต่ายแล้ว ตอนนั้นก็ไม่รู้จะไปติดต่อเขาทางไหน ยังคิดอยู่เลยว่าน่าจะสุขสบายดี เลยไม่ได้ไปตามเบอร์หรือถามใครว่าต่ายเป็นยังไงบ้าง”
มารู้ว่าเพื่อนตกระกำลำบากเมื่อไหร่?
ก่อนหน้านี้ที่มีข่าวว่าโดนจับ เพราะไปขโมยของอะไรเนี่ยอะค่ะ ตอนนั้นก็ตกใจว่าเฮ้ย! นั่นมันเพื่อนเรานี่หว่า แต่ยังไม่ทันได้ติดต่อสอบถามอะไรข่าวนั้นมันก็มาแป๊งนึงแล้วหายไป แต่รอบนี้เหมือนจะหนักกว่ารอบที่แล้ว เนื่องจากสภาพเพื่อนของเราก็แย่กว่าเดิมด้วย ถึงขนาดไปนั่งขอทานเลย ยอมรับว่าช็อกมาก ไม่คิดว่าเพื่อนที่เราเคยแคสต์งานมาพร้อมๆ กันจะมาเป็นแบบนี้ ตอนนี้ห่วงเรื่องอาการป่วยของเพื่อนที่สุดค่ะ...
ถ้ามีโอกาสอยากไปเจอเพื่อนไหม?
“อยากมากค่ะ แต่ไม่รู้จะติดต่อยังไง เท่าที่ติดตามอ่านข่าวเหมือนเพื่อนเราบอกว่าเลือกเส้นทางผิด โมว่ามันก็ส่วนหนึ่ง แต่อีกส่วนหนึ่งก็มีความรู้สึกว่าสังคมทำให้เพื่อนเราเป็นแบบนี้หรือเปล่า เหมือนเพื่อนเราจะกลับคืนสู่สังคมยากกว่าคนอื่นหรือเปล่า เลยบีบให้เขาไปมีชีวิตแบบนี้ เพราะเชื่อว่าลึกๆ แล้วคนทุกคนไม่ได้อยากเป็นแบบนี้หรอก สำหรับโมไม่อายเลยที่จะบอกว่าคนนี้คือเพื่อนเรา อยากช่วยเหลือมากกว่า อยากเปิดบัญชีให้ อยากพาไปหาหมอค่ะ”
อยากให้เพื่อนกลับสู่วงการบันเทิงไหม?
เอา
Sunday, February 24, 2019
แฉนาทีช้ำ ป๊อบ แต่งเช้า หายแว่บ ปล่อยเจ้าสาวยืนงงรับแขก โผล่อีกที 4 ทุ่ม...
แฉนาทีช้ำ ป๊อบ แต่งเช้า-หายแว่บ ปล่อยเจ้าสาวยืนงงรับแขก โผล่อีกที 4 ทุ่ม สั่งกะเพรา
จากกรณีที่ ศิลปินหนุ่มร่างใหญ่ ป๊อบ ปองกูล ได้สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการควงแฟนสาวนอกวงการเข้าพิธีวิวาห์เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่ จ.นครนายก กระทั่ง มีสาวอีกคน ได้โพสต์ด้วยความช็อก ว่า ไม่ทราบมาก่อนเลยว่า ป๊อบ ปองกูล จะเข้าพิธีแต่งงาน ซึ่งสาวคนนี้ชื่อโบว์ และมักมีภาพปรากฎที่ร้านก๋วยเตี๋ยวของหนุ่มป๊อบ อยู่บ่อยครั้ง จนกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นว่า ป๊อบ ปองกูล คบซ้อน
ต่อมา ป๊อบ ปองกูล ได้โพสต์ข้อความชี้แจงความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่ชื่อ “โบว์” ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว โดยยอมรับว่า “โบว์ คือ ผู้หญิงที่ผมคบมาตลอดหลายปี และเรียกได้ว่าเป็นแฟน แต่ผมทำการคบซ้อน กับผู้หญิงอีกคนที่ผมคบมาก่อน”
ทั้งนี้ วันที่ 24 ก.พ. รายการเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ รายงานด้วยว่า ในวันแต่งงาน วันที่ 23 ก.พ. บรรยากาศช่วงเช้าที่มีพิธีแห่ขันหมากและพิธีสงฆ์ เป็นไปอย่างปกติ แต่เป็นที่สังเกตของแขกว่า ป๊อปมีสีหน้าเครียดและไม่ยิ้มแย้มเลย พอเสร็จพิธีช่วงเช้า ป๊อปก็หายตัวไป จนฝ่ายเจ้าสาวต้องโทรศัพท์ตามให้กลับมาในช่วงเย็นก็ไม่ยอมรับโทรศัพท์ มาอีกทีคือ 22.00 น. เลย สั่งข้าวผัดกะเพรามากินงานก็เลิก สร้างความประหลาดใจให้กับแขกว่าป๊อปหายไปไหน...
หม่อมโจ้เหลืออด!ปิยบุตร สร้างปีศาจหลอกคนอีสาน น้ำเน่าทำแตกแยก ลั่นไม่ต้องหาคนฝรั่งเศสมาเป็นเมีย
จากกรณีเมื่อวันที่ 18 ก.พ. 2562 ที่ผ่านมาเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul ซึ่งเป็นของ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า สกลนคร : คนอีสาน คือ ดินแดนแห่งนักประชาธิปไตย นักต่อสู้ความอยุติธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำในประเทศนี้ ขอบคุณพี่น้องชาวสกลนครที่มาฟังเวทีปราศรัยพรรคอนาคตใหม่ จ.สกลนคร กันอย่างแน่นขนัด ผมกล่าวว่าคนอีสานถูกทำให้เชื่อว่าเป็นคนตลก เป็นแรงงาน ไม่มีความรู้ แต่แท้จริงแล้ว คนอีสาน คือ "ดินแดนกำแพงเหล็ก" เป็นดินแดนแห่งนักประชาธิปไตย นักต่อสู้ความอยุติธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำในประเทศนี้ ทำให้รัฐจากส่วนกลางจับมือกับสื่อมวลชนบางกลุ่มผลิตสื่อเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้คนอีสานเป็นคนตลก ไม่มีความรู้ นั่นก็เพราะพวกเขากลัวความเป็นนักสู้ นักประชาธิปไตยแห่งแดนอีสาน
ดังนั้นพรรคอนาคตใหม่ยืนยันจะเข้ารัฐสภาเพื่อทวงคืนอำนาจให้กับคนอีสาน ผ่านมิติใหม่ของการกระจายอำนาจ ด้วยนโยบายยุติระบบราชการรวมศูนย์ "ทวงคืนอำนาจกลับไปให้ประชาชนในท้องถิ่น” อีกครั้ง ซึ่งไม่มีพรรคการเมืองไหนเสนอสิ่งเหล่านี้เพื่อประชาชานอีสานเลย ยกเว้นพรรคอนาคตใหม่
ที่ จ.สกลนคร คือถิ่นกำเนิดนักต่อสู้ชื่อ เตียง ศิริขันธ์ นักการเมืองน้ำดีฉายา “ขุนพลภูพาน” เจ้าของแนวคิดทางการเมืองที่สำคัญ คือ "ข้าพเจ้าต้องการให้ทุก ๆ คนบนพื้นอันเป็นสยามประเทศนี้ เป็นราษฎรเสมอหน้ากันหมด ปราศจากความเหลื่อมล้ำต่ำสูง”
นี่คือผู้แทนของราษฎรอย่างแท้จริง พรรคอนาคตใหม่ภูมิใจที่จะได้สานต่อแนวความคิดของครูเตียงอีกครั้ง ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคอนาคตใหม่ก็พร้อมที่จะสานต่อโดยนำอำนาจที่เป็นของประชาชนมาให้ประชาชน พอกันทีกลับ ส.ส. ที่เอาอำนาจของประชาชนไปประเคนให้ทหาร ให้กับกองทัพ ให้กับนายทุนใหญ่ คนอีสานต้องรู้เท่าทันว่า ใครคือผู้ที่จะเอาอำนาจของประชาชนให้กับประชาชน ทางเดียวที่เหลืออยู่ต้องเลือกแบบใหม่
ธนาธร หาเสียง
ล่าสุดเมื่อวานนี้(23 ก.พ.62) ม.ล.รุ่งคุณ กิติยากร หรือ หม่อมโจ้ ได้ออกมาโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก รุ่งคุณ กิติยากร โดยมีเนื้อหาดังนี้
รัฐจากส่วนกลางจับมือกับสื่อมวลชนบางกลุ่มผลิตสื่อ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้คนอีสานเป็นคนตลก ไม่มีความรู้”
คือคำของนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในวันที่ 18 ก.พ. 2562
ที่แสดงชัดเจนถึงการใช้วาทกรรมเท็จสร้างความแตกแตก เพื่อปลุกปั่นให้สนับสนุนพรรคของพวกตน
โดยกลยุทธ์ ตรงข้ามกับชื่อของพรรค คงไม่ใช่อะไรใหม่ การเสี้ยมสร้างความแตกแยก การสร้างปีศาจขึ้นมา เพื่อเสนอพวกตัวเองเป็นคนดี ที่จะมาช่วยจากปีศาจที่ไม่มีจริงนั้น
เป็นกลยุทธ์ ซึ่งไม่ได้มีความใหม่เลย แต่น้ำเน่าโบราณทีเดียว
ทั้งนี้ นายปิยบุตรได้ประเมินสติปัญญาวิจารณญาณของคนอีสานและคนไทยอื่น ๆ โดยรวม ผิดพลาดไปมาก
โดยการพยายามหลอกล่อด้วยนิทานตื้นเขินที่ตนปั้นขึ้นมา แทนที่จะเกิดการคล้อยตาม ได้เกิดการตีกลับอย่างถล่มทลาย ซึ่งจากการแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ สามารถเห็นได้ว่าแทบทุกคนที่ได้อ่าน มองออกทะลุถึงเจตนาของนายปิย...
โอละพ่อ! แฉซ้ำ "ป๊อป ปองกูล" แต่งเช้า-แห่ขันหมากเสร็จ กลับหายปล่อยเจ้าสาวรับแขกเพียงลำพัง โผล่อีกทีงานจบ? (คลิป)
จากกรณีนักร้องคนดังอย่าง ป๊อป ปองกูล จูงมือแฟนสาวคนสนิทเข้าประตูวิวาห์ไปอย่างชื่นมื่น ทุกคนต่างก็อวยพรให้กับความรักครั้งนี้กันอย่างเต็มที่ และอมยิ้มกับความหวานละมุนละไมของบรรยากาศงานแต่งงาน ทว่าไม่ทันไร ก็เกิดข่าวร้อนข่าวใหญ่ที่ทำเอาทุกคนช็อก เพราะโลกโซเชียลออกมาแฉกันอย่างหนักว่าหนุ่มป็อบ ปองกูล คบซ้อน มีแฟนเป็นผู้หญิงอีกคนหนึ่งอยู่แล้วแต่กลับมาแต่งงานกับผู้หญิงอีกคน
ป๊อป ปองกูลแต่งงาน
ป๊อป ปองกูลเข้าประตูวิวาห์
ป๊อปปองกูลแต่งงานกับแฟนนอกวงการ
ต่อมาทางด้านเพจดังมากมายในโลกโซเชียลกรวมทั้งในทวิตเตอร์ก็ได้ออกมาเผยข้อมูลหลังจากงานแต่งที่ทำเอาช็อกไป โดยทางเพจ ใต้เตียงดารา โดยมีการระบุว่า อ้าววว งง อ้าวดุ้งงง กันทั้งไทม์ไลน์เด้อ กับงานแต่งของพี่ป๊อปปอง เจ้าสาวคนนี้ชื่อปลา แต่คนที่ป๊อปปองพึ่งไปวาเลนไทน์ด้วย,เปิดร้านก๋วยเตี๋ยวด้วย,พึ่งอวยพรวันเกิดด้วย, หวานด้วย คือแฟนอีกคนที่ชื่อโบว์...และชีโบว์พึ่งรู้พร้อมทุกคนว่าป๊อปปองแต่งงานกับคนอื่นวันนี้ ส่วนชีปลา หลายคนยืนยันว่าเค้าคบกันมานานแล้ว ตั้งแต่ ม.ต้น
โพสต์เห็นสาวอีกคน
โดยทางสาวโบว์ก็ได้ออกมาโพสต์ทันทีหลังจากที่ข่าวดังกล่าวนั้นหลุดออกมา
โพสต์จากโบว์ล่าสุดเรื่องราวดังกล่าวเหมือนจะไม่จบง่ายๆ เมื่อทางรายการ เรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ ได้ออกมารายงานบรรยากาศงานแต่งหลังจากที่ พิธีแห่ขันหมากและพิธีสงฆ์ เป็นไปอย่างปกติ แต่เป็น
Friday, February 15, 2019
เสี่ยโชว์ความรวย ขนทองราวโซ่หนัก 13 กิโล โชว์รถหรู ชาวบ้านแห่ถ่ายรูป
เสี่ยโชว์ความรวย ขนทองราวโซ่หนัก 13 กิโล โชว์รถหรู ชาวบ้านแห่ถ่ายรูป
เป็นคลิปที่ได้รับการแชร์ในโลกออนไลน์ โดยเป็นเหตุการณ์ขึ้นในประเทศเวียดนาม โดยชายคนที่ปรากฏกายในคลิป จัดเต็มเครื่องประดับเต็มตัว ทั้งสร้อยเส้นโตราวโซ่ แหวนทองขนาดใหญ่กว่าน็อตรถบรรทุก เต็มทั้งคอ ทั้งนิ้ว กำลังคร่อมรถจักรยานยนต์ที่ตกแต่งด้วยทองบริเวณล้อและส่วนต่างๆ ของตัวรถ ซึ่งหากเป็นทองจริงทั้งหมดเชื่อว่าน่าจะเป็นกิโลเลยทีเดียว ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกระบุไว้ ว่า หนักถึง 13 กิโล
โดยพบว่า หนุ่มรายนี้ได้เอารถจักรยานยนต์ประดับทองของเขามาโชว์ไว้หน้าร้าน ซึ่งมีรถยนต์หรูตกแต่งด้วยสีทอง และรถจักรยานยนต์อีกคันที่แต่งด้วยสีทองเช่นเดียวกัน โดยมีคนเข้ามาขอถ่ายรูปอย่างคึกคัก ซึ่งกลายเป็นคลิปที่ได้รับความสนใจในโลกออนไลน์...
ฮือฮาเกลี้ยงแผงหวย!! เลข‘ครูบาน้อย’ออกปฏิบัติธรรม (คลิป)
เมื่อเวลา 06.39 น. วันที่ 25 ก.พ. 61 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดศรีดอนมูล หมู่ 8 ต.ชมภู อ.สารภี เชียงใหม่ ได้มีพิธีการออกปฏิบัติธรรมคุณบูรพาจารย์ ของพระครูสิริศีลสังวรณ์ หรือ ครูบาน้อยเตชปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล ครูบาดังภาคเหนือ โดยมีประชาชนและศิษยานุศิษย์จากทั่วสารทิศมาร่วมพิธีในวันออกปฏิบัติธรรมจำนวนมาก ที่สร้างความฮือฮาให้นักเสี่ยงโชค คือ เลข 25 วันออกปฏิบัติธรรมของครูบาน้อย และตรงกับครั้งที่ 25 ในการเข้าออกปฏิบัติธรรมด้วย ทำให้เลข 25 ขายเกลี้ยงแผงลอตเตอรี่ภายในเวลาอันรวดเร็ว
นางสาวน้อย แม่ค้าขายหวยเร่ เปิดเผยว่า พอรู้ว่าครูบาน้อยฯ ได้ออกปฏิบัติธรรมในวันนี้ เหล่าพ่อค้าแม่ค้าขายหวยเร่ รวมทั้งแผงขายหวย ต่างแห่มาขายหวยในพิธีดังกล่าวจำนวนมาก เลขที่ขายเกลี้ยงแผงอย่างรวดเร็วในวันนี้ คือ เลข 25 โดยให้เหตุผลว่า เลข 25 เป็นวันออกปฏิบัติธรรมของครูบาน้อย และเป็นครั้งที่ 25 ด้วย ซึ่งตัวเลขตรงกันพอดี ทำให้ประชาชนนำเลขดังกล่าวเป็นเลขเด็ดในงวดนี้ รวมทั้งอายุของครูบาน้อย 68 ก็เป็นเลขขายดีของเหล่านักเสี่ยงโชคเช่นกัน ทำให้เลข 25 และ 68 ขายดิบขายดีจนเกลี้ยง
ด้านคณะกรรมการวัดศรีดอนมูล นายภัทร กองคำ เปิดเผยว่า ครูบาน้อยเตชปัญโญ ได้ปฏิบัติธรรมบูชาคุณบูรพาจารย์ เป็นประจำทุกปี ปีนี้ก็เป็นปีที่ 25 แล้ว เพื่อช่วยเหลือประชาชน โดยเงินปัจจัยจากการบริจาคของชาวบ้านและผู้มีจิตศรัทธาทั้งหมด ครูบาน้อยจะนำปัจจัยมอบให้กับทาง รพ.สารภี บวรพัฒนา หรือ รพ.สารภี 2 เพื่อร่วมสมทบทุนกับทาง รพ. ซื้ออุปกรณ์การแพทย์ เกี่ยวกับการกายภาพบำบัด ผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต และผู้ป่วยที่ต้องมากายภาพบำบัด รวมทั้งเพื่อหาทุนในการสร้างอาคาร สำหรับผู้ป่วยเพื่อกายภาพบำบัด เพิ่มเติมให้เพียงพอ วันนี้เป็นวันออกปฏิบัติธรรมฯของครูบาน้อย ทางครูบาน้อยร่วมกับคณะสงฆ์ ยังได้ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้กับประชาชนทุกคนที่มาร่วมในพิธีนี้ด้วย โดยเป็นพิธีสะเดาะเคราะห์แบบล้านนา เพื่อความรุ่งเรื่อง อยู่เย็นเป็นสุข เงินทองไหลมาเทมา เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน...
ชาวบ้านฮือฮาเลขมงคล! จุดประทัดหมื่นลูกส่ง ครูบาน้อย เข้าปฏิบัติธรรม 3วัน3คืน
ชาวเชียงใหม่แห่ร่วมพิธีงานบุญนิโรธกรรมปีที่ 26 จุดประทัด 1 หมื่นลูก! ส่องเลขเด็ด ครูบาน้อย ฮือฮาเลขมงคล พิธีกรองน้ำผ่านผ้าขาว 7 ชั้นใส่ในบาตร
เมื่อเวลา 06.09 น. วันที่ 14 ก.พ. ที่วัดศรีดอนมูล เลขที่ 58 ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ศรัทธาสาธุชนชาวเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ได้ร่วมพิธีงานบุญการเข้านิโรธกรรม พระครูสิริศีลสังวร ครูบาน้อย เตชปัญโญ เป็นปีที่ 26 ในโอกาสที่ครูบาน้อยได้ปฏิบัติธรรมเข้านิโรธกรรม สืบทอดมาจากหลักปฏิบัติของครูบาเจ้าศรีวิชัย ปฏิบัติธรรมเข้านิโรธกรรม ณ สวนป่าปฏิบัติธรรม
ซึ่งสถานปฏิบัติธรรมของครูบาน้อยในการเข้านิโรธกรรมครั้งนี้มีความกว้าง 5 วา ยาว 5 วา มุงด้วยฟาง อยู่ในเขตราชวัติ 7 ชั้น เป็นเวลา 3 วัน 3 คืน โดยไม่ฉันภัตตาหาร ฉันเพียงน้ำที่นำมาจากวัดที่มีนามอันเป็นมงคล จำนวน 9 วัด เพียงบาตรเดียวเท่านั้น ครูบาน้อยท่านได้ปฏิบัติเช่นนี้เป็นประจำทุกปี ปีนี้เป็นปีที่ 26 แล้ว และในปีนี้ได้ประกอบพิธีเททองหล่อส่วนพระเกตุ พระพุทธศรีปรเมตฐ์เพชรล้านนาด้วย
ลำดับของพิธีการเข้านิโรธกรรม เริ่มต้นจากที่ศรัทธาสาธุชนตั้งขบวนเชิญท่านครูบาน้อย เดินออกจากกุฏิสงฆ์ล้านนา ไปยังเจดีย์ 9 คณาจารย์ ถวายพานพุ่ม และพวงมาลัยเพื่อสักการะบูรพาจารย์ รวมทั้งผู้มีอุปการะคุณทั้งหลาย ครูบาน้อยประกอบพิธีทอดผ้าไตรบังสกุลพระสงฆ์ 10 รูป สวดมาติกาและพิจารณาผ้าบังสกุลพระสงฆ์ 10 รูปร่วมเป็นสักขีพยานและตรวจสถานที่ปฏิบัติธรรม ประกอบพิธีกรองน้ำผ่านผ้าขาว 7 ชั้นใส่ในบาตร ตามด้วยพิธีถวายเครื่องไทยทานแด่พระสงฆ์ จากนั้นปิดประตูราชวัติ 7 ชั้น เป็นอันเสร็จพิธี
ในช่วงพิธีปิดประตูราชวัติ 7 ชั้นนั้น ได้มีการจุดประทัด 1 หมื่นลูก เสร็จสิ้นการจุดประทัดแล้ว ทางญาติโยมที่นำประทัดมาจุด พบเลขกระดาษที่ติดกับหางประทัดหลงเหลืออยู่จากไฟไหม้แล้วนั้น พบมีเลข 32 และเลข 174 ซึ่งชาวบ้านต่างพูดกันว่า เป็นเลขที่มงคล เพราะมีเลข 14 ที่ตรงกับวันแห่งความรัก 14 ก.พ.ปีนี้ และวันทำบุญเข้านิโรธกรรมครูบาน้อยมีเลขที่มงคลอีกคือ การเข้านิโรธกรรมของครูบาน้อยเป็นครั้งที่ 26 และเป็นปี พ.ศ.2562 จึงมีเลขเด็ดคือ 26 และ 62 ด้วย
สำหรับในวันที่ 17 ก.พ.นี้ เป็นพิธีการออกนิโรธกรรม ครูบาน้อย อธิษฐานจิตออกนิโรธกรรมจากสถานปฏิบัติธรรมไปยังเจดีย์ 9 คณาจารย์ ถวายพานพุ่มสักการะบูรพาจารย์ จากนั้นครูบาน้อย พร้อมพระสงฆ์ 9 รูป รับบิณฑบาตจากคณะศรัทธาญาติโยมที่มาร่วมทำบุญตักบาตรพระเถรานุเถระ 108 รูป โปรดเมตตาเจรญพระพุทธมนต์สืบชะตาหลวงแบบล้านนา ครูบาน้อยนั่งอธิฐานจิตเสกน้ำพระพุทธมนต์ เสร็จแล้วครูบาน้อยเมตตาประพรมน้ำพุทธมนต์ แก่สาธุชนทั้งหลาย
ตามด้วยพิธีทอดผ้าป่าสามัคคีถวายครูบาน้อยเพื่อสมทบทุนสร้างมหาวิหารรวมใจสามัคคีธรรมถวายเครื่องไทยทานและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์-สามเถร ด้วยอาหารเจ เชิญศรัทธาญาติโยม ร่วมรับประทานอาหารเจในโรงทานที่เตรียมไว้ โดยพร้อมเพรียงกัน พิธีเททองหล่อส่วนพระเกตุพระพุทธรูปศรีปรเมษฐ์เพชรล้านนา
Wednesday, February 13, 2019
อะไรกระเพื่อมๆ นึกว่าปลาใหญ่ติดอวน ยกดูถึงผงะรีบทิ้งลงน้ำโกยหน้าตั้ง
อะไรกระเพื่อมๆ นึกว่าปลาใหญ่ติดอวน ยกดูถึงผงะรีบทิ้งลงน้ำโกยหน้าตั้ง
วันที่ 11 ก.พ. นายอมร ศิริรักษ์ อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยมูลนิธิใต้เต็กตึ้ง อ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือไปจับงูจงอางขนาดใหญ่ติดอวนดักปลาใต้คานซ่อมเรือ หน้าโรงไฟฟ้าขนอม ต.ท้องเนียน อ.ขนอม หลังรับแจ้งจึงนำอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลาน พร้อมกำลังอาสาสมัครรีบเดินทางไปตรวจสอบ
เมื่อไปถึงพบชาวบ้านพากันมุงดูอยู่ห่างๆด้วยความกลัว จากนั้นทีมหน่วยกู้ภัยเข้าตรวจสอบ พบงูจงอางขนาดใหญ่ติดอยู่กับอวนดักปลา จึงใช้กรรไกรตัดอวนออกแล้วลากงูขึ้นบนฝั่ง โดยวัดขนาดความยาวพบงูจงอางตัวนี้มียาวกว่า 3 เมตร จากนั้นจับใส่กระสอบก่อนนำไปปล่อยป่าเพื่อให้อาศัยอยู่ธรรมชาติต่อไป
ขณะที่ชาวบ้านที่เจองู ระบุว่า นำอวนไปดักปลาไว้ใต้คานซ่อมเรือ เมื่อถึงเวลาไปกู้อวนปรากฏว่าเมื่อเห็นมีอะไรกระเพื่อมๆอยู่ในน้ำคิดว่าเป็นปลาตัวใหญ่ แต่พอยกอวนขึ้นมาถึงกับผงะเมื่อพบว่าเป็นงูจงอางตัวใหญ่มากติดอยู่ในอวน ต้องรีบทิ้งลงน้ำแล้ววิ่งออกมาตั้งหลัก ก่อนแจ้งหน่วยกู้ภัยมาจับไป...
ด่วน! ศาลฎีกา พิพากษายืน จำคุก 6 แกนนำพันธมิตรฯ ยึดทำเนียบ ชี้ชัดชุมนุมไม่สงบ
วันที่ 13 ก.พ. ที่ห้องพิจารณาคดี 809 ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีอดีตแกนนำพันธมิตรฯ บุกทำเนียบรัฐบาล เมื่อปี 2551 เป็นคดีหมายเลขดำ อ.4925/2555 ที่ พ.ต.ต.สุรพงษ์ สายวงศ์ อัยการฝ่ายคดีอาญา 10
เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง อายุ 83 ปี, นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 70 ปี, นายพิภพ ธงไชย อายุ 72 ปี, นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ อายุ 68 ปี นายสมศักดิ์ โกศัยสุข อายุ 72 ปี แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และนายสุริยะใส กตะศิลา อายุ 45 ปี ผู้ประสานงานกลุ่มกรีน หรือกลุ่มการเมืองสีเขียว และอดีตผู้ประสานงาน พธม. เป็นจำเลยที่ 1-6
ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกโดยกระทำความผิดตั้งแต่สองคนขึ้นไป และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์กรณีบุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91, 358, 362 และ 365
อัยการโจทก์ฟ้องระบุความผิดสรุปว่า เมื่อวันที่ 25 พ.ค.2551 ผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ ซึ่งมีจำเลยดังกล่าวเป็นแกนนำจัดปราศรัยชักชวนประชาชนเข้าร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน เพื่อกดดันให้ นายสมัคร สุนทรเวช ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
โดยเคลื่อนขบวนฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปทำเนียบรัฐบาลและกระจายกำลังปิดล้อมสถานที่ราชการ เช่น สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และสถานีวิทยุกระจายเสียง กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตรฯ
ต่อมาหลังจากนายสมัคร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญ แล้วนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งแทน และมีกำหนดวันแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ในวันที่ 7 ต.ค.2551 ปรากฏว่า วันที่ 26 ส.ค.51 เวลากลางวัน จำเลยทั้ง 4 กับพวก ได้เคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยปิดล้อมทางเข้าออกทำเนียบทุกด้าน ได้ใช้เครื่องมือทำลายกุญแจประตูทำเนียบ และทำลายแผงกั้นที่เจ้าหน้าที่ใช้ควบคุมดูแลความสงบในทำเนียบ
จนถึงวันที่ 3 ธ.ค.51 พวกจำเลยซึ่งไม่ได้รับอนุญาต ได้ร่วมกันรื้อทำลายสิ่งกีดขวางแล้วปีนรั้วเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล รวมทั้งนำรถยนต์ 6 ล้อที่ติดเครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ ไปจอดหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาลแล้วผลัดเปลี่ยนกันขึ้นปราศรัย
และช่วงวันที่ 26 ส.ค.-3 ธ.ค.51 ระหว่างที่พวกจำเลยจัดเวทีปราศรัยในทำเนียบรัฐบาลซึ่งมีผู้ชุมนุมจำนวนมาก เหยียบสนามหญ้าและต้นไม้ประดับจนตาย และยังทำให้ระบบสปริงเกอร์อัตโนมัติ ระบบไฟสนาม หน้าตึกไทยคู่ฟ้าและหน้าตึกสันติไมตรี ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้รับความเสียหายรวม 5 ล้านบาท
อีกทั้งเมื่อมีฝนตกทำให้น้ำฝนซึมเข้าขังในถุงดำที่ห่อหุ้มกล้องวงจรปิด ทำให้ระบบอิเล็กโทรนิกส์ของกล้องเสียหายรวม 10 ตัว ค่าเสียหายอีก 1,766,548 บาท โดยจำเลยทั้ง 6 คนให้การปฏิเสธ
คดีนี้ศาลชั้นต้นพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การกระทำของจำเลยทั้ง 6 เป็นความผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการและร่วมกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป พิพากษาว่าจำเลยที่ 1-6 กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358, 365 อนุมาตราสอง ,362 และ 83
การกระทำของจำเลยเป็นความผิดกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษบทหนักสุดในความผิดฐานบุกรุกสถานที่ราชการ จำคุกคนละ 3 ปี แต่คำให้การเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกคนละ 2 ปี
ต่อมาจำเลยทั้ง 6 ยื่นอุทธรณ์ต่อสู้คดี ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้โทษเป็นว่า จำเลยทั้ง 6 ที่เป็นแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ บุกรุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาลนานถึง 90 วัน ซึ่งผู้ชุมนุมไม่สามารถดำเนินการด้วยตนเองได้ มีการใช้คีมตัดโซ่คล้องกุญแจประตูทำเนียบรัฐบาล ฝ่าแผงเหล็กกั้นอลูมิเนียมเข้าไปภายในทำเนียบรัฐบาล
เป็นความผิดฐานร่วมกันบุกรุกสถานที่ราชการโดยทำให้เสียทรัพย์ ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำคุกคนละ 2 ปี โดยไม่รอลงอาญานั้น ถือว่าหนักเกินไป เห็นควรแก้โทษให้เหมาะสม พิพากษาให้จำคุก คนละ 8 เดือนโดยไม่รอลงอาญา
ต่อมาจำเลยทั้ง 6 ยื่นฎีกาต่อโดยในวันนี้ ศาลได้เบิกตัว นายสนธิ จำเลยที่ 2 มาจากเรือนจำกลางคลองเปรม ส่วน พล.ต.จำลอง, นายพิภพ, นายสมเกียรติ, นายสมศักดิ์ และนายสุริยะใส เดินทางมาศาล โดยมีผู้สนับสนุนและญาติเดินทางมาให้กำลังใจเต็มห้องพิจารณาคดี
ศาลพิจารณาฎีกาของจำเลยทั้ง 6 แล้วเห็นว่า ไม่ได้เป็นการชุมนุมโดยสงบตามที่จำเลยอ้าง เพราะพฤติการณ์ของจำเลยและผู้ชุมนุมได้ปีนรั้วเข้าทำเนียบรัฐบาลที่ล็อกไว้ และอยู่ต่อเนื่อง ทำลายทรัพย์สินเสียหาย ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งหกฐานร่วมกันบุกรุกทำให้เสียทรัพย์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยทั้ง 6 ฟังไม่ขึ้น...
ส่วนที่จำเลยทั้ง 6 ฎีกาขอให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษนั้น ศาลเห็นว่าเมื่อการกระทำของจำเลยทั้งหกและพวก ได้บุกเข้าทำเนียบซึ่งแม้เป็นสาธารณสมบัติ แต่ก็เป็นสถานที่บริหารราชการแผ่นดิน เป็นศูนย์รวมหน่วยงานราชการหลายแห่ง มีการทำลายทรัพย์สินหลายรายการ
ดังนั้นที่ศาลอุทธรณ์ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งหกเป็นเวล
Tuesday, February 12, 2019
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงโพสต์ย้ำมีความตั้งใจจริง ช่วยทำงานให้ประเทศ
ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนฯ ทรงโพสต์ย้ำมีความตั้งใจจริง ช่วยทำงานให้ประเทศ
เมื่อวันที่ 12 ก.พ. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงโพสต์ภาพและข้อความลงอินสตาแกรมส่วนพระองค์ nichax ว่า “ดิฉันเสียใจที่ความตั้งใจอย่างจริงใจที่จะมาช่วยทำงานให้ประเทศและพวกเราคนไทยก่อให้เกิดปัญหาที่ไม่น่าจะเกิดในยุคสมัยนี้ howcomeitsthewayitis
ทูลกระหม่อมอุบลรัตน์ ทรงโพสต์ Good morning เราจะเดินไปด้วยกัน
รวมภาพบรรยากาศ นาทีประวัติศาสตร์ ไทยรักษาชาติ ยื่นพระนาม ทูลกระหม่อมฯ
เปิดพระประวัติ ‘ทูลกระหม่อม’ เจ้าหญิงของคนไทย สู่แคนดิเดตนายกฯ ไทยรักษาชาติ!
เปิดเอกสารแล้ว!! ไทยรักษาชาติ เสนอพระนาม ทูลกระหม่อม สู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ทูลกระหม่อม ทรงโพสต์ขอบคุณคนไทย อยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้า ILoveYou...
ถ้าใช้กฎหมายเคร่งครัด คนนับแสนเป็นผู้ต้องหา
คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม
ถ้าใช้กฎหมายเคร่งครัด – หนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับประจำวันพุธที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 3 ปีจอ
ใกล้เข้ามาทุกวัน แต่ก็เหมือน ไกลออกไปทุกที คือ วันที่ 24 มีนาคม “วันเลือกตั้ง”
สารพัดเหตุการณ์กับสารพันเรื่องราวในวันนี้ ล้วนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย จึงไม่มีความคาดหมายใดๆ ที่จะนำสยามนาวา เข้าสู่ลำน้ำแห่งความสงบและไม่แตกแยก
ไม่มีครั้งใด ที่เหล่า “ปากกา” และ “ไมโครโฟน” ทั้งหลาย จะต้องลีบตัวลีบปาก กับการแสดงนานาทัศนะ เท่ากับวันและเวลาเยี่ยงนี้
ถ้าจะใช้กฎหมายไซเบอร์กันอย่างเคร่งครัด จะมี “คนนับแสนเป็นผู้ต้องหา” กับการจับจ่ายความคิดความรู้สึก ออกไปจากตัวตน
อนาคตเราไม่รู้ ถึงไม่รู้ก็ต้องเดินไป น่าจะเป็นเพลงฮิตที่สุดของผู้คนในยุคนี้
พญาไม้” เขียนไว้ตรงนี้ สงคราม คือ “การเมืองที่ถกเถียงกันด้วยอาวุธ” เช่นเดียวกับ การเมือง คือ “สงครามที่รบกันด้วยเหตุและผล”
จนป่านนี้ “รถเมล์” ที่จะได้เงิน 1 บาทจากราคาตั๋ว ก็ยังรอ ขณะที่ดอกเบี้ยทับท่วมหัว “ขาดคนขับ” และ “จราจรติดขัด” จนทำเที่ยววิ่งไม่ได้คือปัญหา
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เร่งทำให้ “รถไฟฟ้า” ราคาถูกกว่า “รถน้ำมัน” แล้วฝุ่นท่วมกรุงจะคลี่คลาย
ก่อนจากไปหรือกลับมาใหม่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา สั่งให้กระทรวงศึกษาฯ ตั้งเป้า ใน 4 ปีข้างหน้าเด็กไทยต้องพูดได้ ฟังเป็น “ภาษาอังกฤษ
ให้ 1 บริษัทซื้อขาย ให้เช่า บริหารที่ดินของรถไฟ บริษัทนั้นจะมีรายได้ 1 แสนล้าน” เกือบจะทันที “รถไฟจะไร้หนี้” และดีขึ้นทันตา
นำอเมริกา ทูบีนัมเบอร์วัน “ทรัมป์” จึงยังอยู่ยงคงกระพัน จนถึงวันนี้
สวรรค์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งใหม่ “สีหนุวิลล์” ของกัมพูชา “ท่องเที่ยวไทย ตั้งรับไว้ให้ดี
ถนนมีปัญหาที่สุดวันนี้ คือเพชรเกษม เพิ่งกลับมาจึงยืนยันไว้ คนใต้”กำลังจะหาพรรคใหม่ ? มาแก้ไข
แพงกว่าบินไปฮ่องกง มาเก๊า คือบินไป แม่สอด จังหวัดตาก กรรมเวร!?
พลิกความเชื่อในประวัติศาสตร์ “ญี่ปุ่นยอมแพ้มะกัน มะกันใช้ปรมาณูถล่มญี่ปุ่น เหตุผลตรงกัน “กลัวทหารรัสเซียเป็นล้าน” ยึดญี่ปุ่น...
หนูเล็ก ท้องโย้8เดือนพร้อมช่วยลุย เพื่อนๆดารา แห่ให้กำลังใจ หลัง รัศมีแข โพสต์ยาว
เพื่อนๆทั้งวงการแห่ให้กำลังใจพร้อมช่วยลุยเลย – หลัง นักแสดงผิวสีสายฮา รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น ออกมาโพสต์ข้อความปริศนายาวมากๆทางไอจี พร้อมแคปชั่น คนแบบฉัน วิถีคิงคอง
อ่าน ถึงกับเดือด “รัศมีแข” โพสต์เตือน นิสิตสีชมพู นินทา กะเทยควาย ต่อหน้า ยังเอาใจช่วยสู้สู้!
อ่าน ลั่นไม่เอาทรัพย์สมบัติ!! ‘รัศมีแข’จดทะเบียนสมรสแฟนหนุ่ม-รอเกษียณบินมาอยู่ไทย(คลิป)
“ตัวเรานี้ไม่เคย..มั่น..หรือเชิดใส่ใคร เพราะอะไรรู้ไหม?
มีคนรู้จัก …. แต่ก็มีคนดังกว่าเรามากมาย
เรียนที่ดี .. คนเรียนมหาลัยอันดับต้นๆของโลกก็เยอะ
ทำงานมีเงิน .. คนรวยกว่ามากก็มีเยอะ
วิ่งเก่ง .. แต่มีคนวิ่งเก่งและเร็วกว่าเราเยอะ
ตีวอลเลย์เก่ง .. มีคนตีดีเป็นทีมชาติกันมากมาย
เราเจียมตัวนะ..เราเรียนไม่เก่ง..มาจากบ้านนอก ไปโตต่างประเทศแล้วมาไทย ได้ทำงานในวงการ
แต่……….เราก็ไม่เคยลืมว่าเรามาจากไหน
เราให้เกียรติทุกคนเคารพ…ทุกอาชีพ
ทำให้คนรัก..ไม่ใช่เพราะชื่อเสียง
แต่ชอบและรักเพราะ..แข….คืออีแข”
เกาะติดข่าวบันเทิงฮอตๆ
แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ข่าวสดบันเทิง ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
ทำเอาเพื่อนๆ ทั้ง หนูเล็ก ก่อนบ่าย ขนาดท้องโย้ 8 เดือน ยังเข้ามาคอมเมนต์เลยว่า “ใครทำอะไรมึง บอกๆ พากันไปจัดการ” จนรัศมีแข ต้องเข้ามาบอกว่า “มึงๆๆๆๆ มึงท้องอยู่ พร้อมรูปหัวใจสีแดง” ส่วน ดีเจบุ๊กโกะ ก็คอมเมนต์ “เล่าสิ” จียอน ก็บอกให้โทรมา ดีเจดาด้า ถึงกับถาม “เล่าซิ อยากรู้ใคร...
ตั๊ก ปลื้มหนังถูกใจคนญี่ปุ่น แจงปิดคอมเมนต์ในไอจี เลี่ยงไม่อยากดราม่า
วันที่ 12 ก.พ. ที่ ชั้น 7 ไอคอน ซีเนคอนิค ศูนย์การค้าไอคอนสยาม มีการจัดงานแถลงข่าวการจัดงานรางวัลภาพยนตร์แห่งชาติ “สุพรรณหงส์ ครั้งที่28” ซึ่งในงานมี ตั๊ก บงกช คงมาลัย มาร่วมงานพร้อมให้สัมภาษณ์ ถึงเรื่องที่ได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยเกียวโต ประเทศญี่ปุ่น ไปเป็นวิทยากร พูดถึงภาพยนตร์ไทย
ตั๊ก
บงกช คงมาลัย
“ภาพยนตร์ของตั๊กจะได้ไปฉายและเชิญให้ไปพูดถึงในมุมภาพยนตร์ของประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยเกียวโต ตอนนี้ยังไม่ได้ไปค่ะ เลยไม่รู้จะรู้สึกยังไง แต่ก่อนไปก็ดีใจ ที่เขาให้ความสำคัญ และอยากฟังความคิดเห็นในด้านของเรา เพราะเราอยู่วงการภาพยนตร์มานาน น่าจะเกือบ 30 ปีแล้วมั้ง เราได้คุ้นเคยและอยู่กับพี่ๆ ในวงการภาพยนตร์ ได้เรียนรู้แล้วนำมาประยุกต์ใช้เป็นอาชีพของเรา”
เราพอทราบไหมว่าเขาสนใจหรือชื่นชอบอะไรในตัวภาพยนตร์เรื่อง Sad Beauty เพื่อนฉัน…ฝันสลาย ของเรา?
“เขาสนใจในเรื่องของหนังที่ไร้คำจำกัดความ เพราะหนังของตั๊กไม่ใช่หนังตลาด ไม่ใช่หนังอินดี้ ไม่ใช่หนังอาร์ต แต่เป็นหนังที่ค่อนข้างจะมีน้อยมากๆ ถ้าอยู่ในกลุ่มหนังไทยไม่มีเลย มีของตั๊กเรื่องเดียว แต่ถ้าอยู่ในกลุ่มของเทศกาลหนังต่างประเทศ อย่างถ้ามี 10 เรื่อง จะมีแบบตั๊ก 6 เรื่อง เขาเรียกว่าอยู่ในกลุ่มของหนังไร้ความจำกัดความ เป็นหนังที่ไม่ได้ต้องมีสไตล์ต้องไปในทางไหน เป็นหนังที่ดูได้หลากหลาย”
อ่านข่าว ตั๊ก บงกช โพสต์ซึ้ง ครบ
Wednesday, February 6, 2019
อั้ม มาชุดนี้ พร้อมดอกไม้ ไฮโซพก ถาม มาขอตังค์หรือมาเยี่ยม เผยคำหวานเรีย...
อั้ม มาชุดนี้ พร้อมดอกไม้ ไฮโซพก ถาม มาขอตังค์หรือมาเยี่ยม เผยคำหวานเรียกฝ่ายชาย
หวานหนักขึ้นทุกวัน – นางเอกซุปตาร์ อั้ม พัชราภา นอกจาก อ้อนกันไปมาน่ารักมุ้งมิ้ง สาวอั้ม มาเฝ้า ไฮโซพก หวานใจ ผ่าตัดที่โรงพยาบาล
อ่าน อ้อนกันไปมาน่ารัก อั้ม ขออั่งเปา ไฮโซพก หวานใจสายเปย์ เฝ้าผ่าตัดถึงเตียงคนไข้(คลิป)
อ่าน น้องมายู ตั้งฉายา ไฮโซพก ไปเอามาจากไหนเนี่ย น้าอั้ม ถึงกับ อึ้ง (คลิป)
ไฮโซพก พรประภา โพสต์โชว์ ของเยี่ยมจากหวานใจ ทั้งดอกไม้ การ์ดน่ารัก มีข้อความ คำเรียกฝ่ายชาย น่าเอ็นดู ว่า เจ้าชายหมูสับ
ล่าสุด ยังมีคลิป สาวอั้ม ใส่ชุดแดง วันตรุษจีน มาเยี่ยม ฝ่ายชาย พร้อมดอกกุหลาบ เจอหนุ่มพกถามว่า “แต่งตัวยังงี้ ถือดอกไม้มา มาขอตังค์หรือมาเยี่ยมครับ” อั้ม จะตอบว่ายังไง ลองไปฟัง น่ารักมาก จนกองเชียร์แฟนคลับถึงกับบอกเสียงเดียวกันว่า แต่งเลยๆๆๆ...
ตร.เผยผลตรวจร้านนวดเชียงใหม่ หลังพริตตี้แท้งลูก พนง.เล่านาทีสาวช็อกคาเตียง
ตร.บุก ตรวจร้านนวด แผนโบราณทำ พริตตี้แท้งลูก หลังญาติเข้าร้อง รวบรวมหลักฐานกล้องวงจรปิดวันเกิดเหตุ หากพบมีความผิดจริงต้องดำเนินคดี หมอนวดเผยคนท้องห้ามนวด รวมทั้งคนที่บาดเจ็บแขนขาบวม ฟกช้ำ อันตรายถึงชีวิต
จากกรณี นายบุญมี เกษเกษี อายุ 56 ปี เข้าร้องเรียนขอความเป็นธรรม ให้ลูกสาว น.ส.วิราวรรณ เกษเกษี อายุ 26 ปี พริตตี้สาว ท้องประมาณ 6 เดือน เข้าไปใช้บริการนวดแผนโบราณแห่งหนึ่ง ใน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ขณะที่กำลังนวดเกิดอาการช็อกหมดสติ ทางเจ้าหน้าที่นำส่งโรงพยาบาล และลูกในท้องเสียชีวิต ผู้เป็นแม่อาการยังโคม่าไม่รู้สึกตัว เมื่อวันที่ 11 ม.ค. ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
อ่านข่าว เผยเหตุสาวท้องนวด ช็อกแท้งลูกคาร้าน หัวใจหยุดเต้น 2 รอบ พ่อเตรียมร้องบิ๊กตร.เอาผิด
อ่านข่าว แฉมีอีก! ร้านนวดเชียงใหม่ นวดหน้าแข้งคนตาย-นักกีฬาฟกช้ำช็อกคาร้าน
อ่านข่าว พ่อสุดช้ำ! ลูกสาวท้อง 6 เดือน ไปนวดแผนไทย ช็อกคาร้าน ลูกในท้องดับ-แม่โคม่า
อ่านข่าว สธ.เร่งตรวจสอบร้านนวด หลังสาวท้องเข้านวด ช็อกโคม่า-ลูกในครรภ์ดับ
ตรวจร้านนวด / ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 6 ก.พ. พ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ติดตามข้อมูลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว โดยเข้าตรวจและสอบถามเกี่ยวกับอาการของน.ส.วิราวรรณ ซึ่งขณะนี้ทราบว่าอาการยังไม่ดีขึ้น และยังคงนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ห้องไอซียูของโรงพยาบาล จากนั้นเข้าติดตามความคืบหน้าของคดี ที่สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ซึ่งมี ร.ต.อ.อมรชัย ตรังวัชรกุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เป็นเจ้าของคดี
เบื้องต้นรวบรวมหลักฐานเป็นกล้องวงจรปิด ที่สามารถบันทึกภาพเหตุการณ์ในวันเกิดเหตุ ซึ่งทราบว่าในวันดังกล่าวน.ส.วิราวรรณเข้ามาใช้บริการ โดยทางพนักงานรายหนึ่งเป็นคนให้บริการ ซึ่งนวดเท้าให้กับน.ส.วิราวรรณ เสร็จแล้วจากนั้นกำลังจะนวดตัว โดยเข้าไปล้างมือ จากนั้นเดินออกมาก็พบว่าน.ส.วิราวรรณ อยู่ในอาการช็อกแล้ว โดยพนักงานภายในร้านก็ช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาล
นอกจากนี้ ตรวจสอบเอกสารใบอนุญาตประกอบกิจการของร้านนวดดังกล่าว ซึ่งทราบว่าร้านนวดดังกล่าวมีใบอนุญาตถูกต้อง
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
อย่างไรก็ตาม จะตรวจสอบและนัดหมายทางผู้ประกอบการมาพูดคุยกับทางญาติของผู้ป่วยอีกครั้ง เพื่อรวบรวมหลักฐานต่อไป ขณะเดียวกันหลังจากที่ติดตามความคืบหน้าของคดีแล้ว ทางพ.ต.อ.ปิยะพันธ์ ภัทรพงศ์สินธุ์ รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ก็ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านนวดที่เกิดเหตุและตรวจดูจุดที่น.ส.วิราวรรณ มานวดในวันดังกล่าว...
กู้ภัยเปิดปากปมฆ่าลูกศิลปิน! โดนแกล้งตั้งแต่ 8 ขวบ แล้วยังถาม‘มึงสดหรอ’
จากกรณี นายณัฐพล เมืองนิล อายุ 32 ปี ลูกชายศิลปินเพลงใต้เพื่อชีวิตชื่อดัง บนเกาะสมุย ถูกยิง 4 นัด เสียชีวิตริมถนนสายทวีราษฎร์ภักดี ต.ลิปะน้อย อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ต่อมาตำรวจติดตามจับกุม นายณัฐดนัย เอกศิริ อายุ 20 ปี อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิกุศลสงเคราะห์สมุย ประจำจุดบ้านสระเกศ ผู้ก่อเหตุไว้ได้หลังเกิดเหตุ 1 ชั่วโมง พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าคดีนี้ วันที่ 5 ก.พ. พ.ต.อ.ไพฑูรย์ กระจะจ่าง ผกก.สภ.เกาะสมุย พร้อมกำลังตำรวจฝ่ายสืบสวน ควบคุมตัว นายณัฐดนัย เอกศิริ อายุ 20 ปี ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพรวม 3 จุด โดยจุดแรกเป็นจุดที่นายณัฐดนัย และนายณัฐพล ผู้ตายมาเจอกันบนถนนสายทวีราษฎร์ภักดี ซึ่งนายณัฐดนัยขับรถตู้กู้ภัย ส่วนผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ตามมา โดยนายณัฐดนัยอ้างว่าถูกผู้ตายขี่รถไล่ประกบพร้อมกับถือมีดสปาต้าไล่ฟัน จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ไป 3 นัด แต่กระสุนถูกรถจักรยานยนต์
จุดที่ 2 ห่างจากจุดแรก 100 เมตร เป็นจุดที่ผู้ตายจอดรถจักรยานยนต์ริมถนน ส่วนนายณัฐดนัยก็จอดรถตู้ แล้วเดินลงจากรถมาหาผู้ตายที่ยืนถือมีดสปาต้าทำท่าจะเข้ามาฟัน จึงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่ไป 4 นัด ถูกผู้ตายจนล้มลงแล้วรีบขึ้นไปขับรถตู้กู้ภัยขับหลบหนี
ส่วนจุดที่ 3 เป็นจุดที่ขับรถตู้ไปหลบซ่อนอยู่บนเขาตลิ่งงาม ก่อนถูกตำรวจชุดสืบสวนติดตามไปจับกุมตัวได้ หลังใช้เวลาทำแผนประกอบคำรับสารภาพประมาณ 30 นาทีเสร็จสิ้น เจ้าหน้าที่รีบนำตัวไปสอบสวนต่อ ก่อนนำตัวฝากขังต่อศาลจังหวัดเกาะสมุยต่อไป
ขณะที่นายณัฐดนัย พูดถึงสาเหตุอีกครั้งว่า วันเกิดเหตุขับรถสวนกับผู้ตายที่หน้าตลาดศรีฟ้า แล้วถูกผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์ตามมาแล้วถามว่า “มึงสดหรอ” พร้อมกับพยามใช้ปีดสปาต้าไล่ฟันตรงฝั่งคนขับที่ตนเอากระจกลงไว้ขณะขับรถ จึงใช้ปืนยิงใส่ผู้ตายแต่ไปถูกรถจักรยานยนต์ ก่อนจะมาจอดรถแล้วลงยิงซ้ำจนเสียชีวิต
ตอนผมอายุ 8 ขวบ ไปเล่นเกมร้านคอมพิวเตอร์ แล้วถูกผู้ตายกล่าวหาว่า ผมขโมยรองเท้าไป แล้วผมก็โดนตบ จากนั้นเมื่อเจอผมก็จะโดนข่มขู่รังแกเรื่อยมา ผมเคยไปบอกพ่อกับแม่เขาแล้วว่าช่วยคุยให้หน่อย ไม่อยากจะมีปัญหาบาดหมางกัน เพราะต่างฝ่ายต่างมีครอบครัวกันแล้ว ก็รู้สึกเสียใจที่มาเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น
อ่านข่าว รวบหนุ่มกู้ภัยหัวร้อน ไล่ยิงคู่อริ ลูกศิลปินเพื่อชีวิต หมดแม็ก ดับอนาถ อ้างถูกชักม
Monday, January 28, 2019
แห่ขอหวย หลวงปู่หลิวขี่เต่า เขย่าเซียมซีตีเลขเด็ด หลังให้โชคถูกรางวัลมาแล้ว
แห่ขอหวย หลวงปู่หลิวขี่เต่า เขย่าเซียมซีตีเลขเด็ด หลังให้โชคถูกรางวัลมาแล้ว
ชาวบ้านแห่ขอโชคลาภรูปปั้น หลวงปู่หลิวขี่พญาเต่าเรือน ถวายผักบุ้ง กล้วยน้ำว้าสด เขย่าเซียมซีเสียงดังลั่นวัดดัง หลังให้โชคถูกรางวัลที่ 1 มาแล้ว
หลวงปู่หลิวขี่เต่า / เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่วัดสี่แยกเจริญพร ริมถนนสายกำแพงแสน-พระแท่นดงรัง ต.หนองกระทุ่ม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศภายในวัดใกล้วันหวยออกเป็นไปอย่างคึกคักเป็นพิเศษ เนื่องจากบรรดานักเสี่ยงโชคต่างเดินทางมาขอโชคขอลาภกับรูปปั้นหลวงปู่หลิวขี่พญาเต่าเรือน ซึ่งชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภและความสำเร็จ เนื่องจากให้โชคและมีคนถูกรางวัลที่ 1 มาแล้ว ซึ่งสร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้คนนำผักบุ้ง และกล้วยน้ำว้าสด มาถวายกับพญาเต่าเรือนและหลวงปู่หลิว เนื่องจากมีความเชื่อกันว่า ทำอะไรจะได้กล้วยๆ ง่ายๆ รวยง่ายๆ ได้โชคลาภกันง่ายๆ และที่ขาดไม่ได้คือเขย่าเสี่ยงเซียมซีกันดังสนั่นลั่นลานวัดกันเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือวัยรุ่นก็ตาม ต่างก็อยากได้โชคลาภกันทั้งนั้น เมื่อกราบขอพรกันเสร็จ ก็จะเดินลอดใต้ท้องพญาเต่าเรือน เพื่อความเป็นสิริมงคลอีกด้วย...
ฮือฮาตี๋น้อยอายุแค่ 23 วัน เรียก “หม่าม้า” ได้แล้ว (คลิป)
ฮือฮาตี๋น้อยอายุแค่ 23 วัน – วันที่ 29 ม.ค. เดลี่เมล์ รายงานกระแสฮอฮาบนโลกออนไลน์ของจีน หลังจากหญิงชาว เมืองฉางชุน มณฑลจี้หลิน ทางตอนเหนือของ ประเทศจีน โพสต์คลิปวิดีโอของลูกชายวัย 23 วัน กับความสามารถชวนอึ้งเมื่อหนูน้อยเปล่งเสียงเรียก “หม่าม้า” อย่างชัดถ้อยชัดคำ ทั้งที่อายุเฉลี่ยของทารกในการหัดออกเสียงและพูดเป็นคำๆ จะเริ่มในช่วง 8-9 เดือน
จากคลิปความยาวราว 10 วินาที บันทึกเมื่อ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นเด็กชายตัวน้อยวัย 23 วันนอนคว่ำหน้าระหว่างพยาบาลศูนย์ดูแลหลังการคลอด ใช้นิ้วนวดหลังเบาๆ เพื่อให้สบายตัว
เด็กชายดิ้นดุ๊กดิ๊กไปมาพักนึง ก่อนจะส่งเสียงบ่น และจู่ๆ ก็หลุดคำว่า หม่าม้าออกมาเสียงดัง สร้างความประหลาดใจให้กับคุณแม่ที่กำลังถ่ายคลิป จนหัวเราะออกมาด้วยความดีใจและกล่าวว่าลูกเรียกหม่าม๊าได้แล้ว
ฮือฮาตี๋น้อยอายุแค่ 23 วัน
The baby in China was having a back massage when he made the unusual sound of ‘mama’. His mother said she and her family were amazed even the boy had likely said it unintentionally. Weibo...
สุนารี กลัวไม่สามารถมีเซ็กซ์กับสามี-ต้องพบแพทย์ ทะเลาะตั๊ก-ขั้นถูกห้ามเข้าโคราช
เผยเรื่องแซ่บปัญหารักเรื่องลับๆ – 3สาวเพื่อนซี้มาเจอกัน สุนารี ราชสีมา , ฮาย อาภาพร และ ตั๊ก ศิริพร นอกจากมาประกาศแข่งลดน้ำหนัก กิโลละหมื่น วู้ดดี้ พิธีกร ยังร่วมสมทบเงินอีกก้อน เพราะใครได้เงิน จะนำไปทำบุญด้วย หลังการแข่งขัน
อ่าน สุนารี เจอแฉความลับ ฉี่ราดกลางรายการ ลาถือศีล-ขอไปพลีร่างให้สามี(คลิป)
อ่าน สุนารี สวีตสุดๆ ควงสามีหนุ่มหล่อ ฉลองครบรอบ 5 ปี มีให้หวย อะไรจะบังเอิญขนาดนี้
อ่าน เด็กๆ ยุคนี้ชิดซ้าย! เจอแก๊ง 3 เจ๊ “ฮาย-ตั๊ก-สุนารี” อวดหุ่นเซียะสมัยสาวๆ
ส่วนเรื่องความสนิทสนมของกลุ่มเพื่อนซี้นักร้องสาวรุ่นใหญ่ สุนารี กับ ฮาย มักใช้มุขทะเลาะกันออกสื่อ จนคนอินว่า ไม่ถูกกันจริงๆ ตั๊ก บอกว่า ถึงขนาดประกาศห้ามเข้าโคราช คนดูทางบ้านเขาคิดว่าจริง ฮาย เสริมว่า ตั๊ก เล่นเนียนมาก เล่นจริง ไปทั้งหน้า
สุนารี เผยด้วยว่า แฟนคลับตั๊ก เขาก็จะ อึนๆ ใส่เรา แฟนเราก็อึนๆ ใส่เขา ตั๊ก บอกว่า จริงๆ ตอนเริ่มเล่นเลย คือ ไปเจอในรายการ แล้วเราไปนัดเขา ใจก็คิดว่าเขาจะเล่นกับเราไหม เพราะเขาหวานๆ แล้วอีเจ๊เล่นด้วย ก็จุดประกาย จัดเต็มตั้งแต่นั้นมา ตอนนี้แค่มองตากันก็รู้แล้ว...
เซียนพระ เผยตำนานเหรียญมงคล หลวงพ่อคูณ ก่อนราคาพุ่งแตะ 30 ล้าน!
หลังจากที่ พระเทพวิทยาคม หรือ “หลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ” เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ได้มรณภาพ ทำให้เหรียญหลวงพ่อคูณที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ราคาพุ่งขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะรุ่นสร้างบารมี ปี 2519 ซึ่งเป็นรุ่นแรกๆ ที่หลวงพ่อคุณปลุกเสก ผลิตเพียง 9 เหรียญ ราคาพุ่งสูงแตะ 30 ล้านบาท
ล่าสุดโหนกระแสวันที่ 28 ม.ค. โดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์- ศุกร์ เวลา 13.45 ทางช่อง 28 ได้เปิดใจสัมภาษณ์ “พระชาติชาย ภูมิธัมโม” พระวัดสระแก้ว “นายเพิ่ม กว่างกระโทก” ไวยาวัจกรวัดสระแก้ว และ “นายเอกชัย บุญเทียม” หรือ “เอก” นักสะสม
คุณเอก ทำไมสนใจสะสมเหรียญหลวงพ่อคูณ?
เอกชัย : “ตอนนั้นผมเรียนอยู่ที่โคราชพอเรียนเสร็จได้มีโอกาสไปกราบท่าน ซึ่งรู้สึกว่าท่านเมตตา พอเรียนจบมาทำงานกรุงเทพฯ ห้อยพระท่านแล้วรู้สึกดี ไปไหนมาไหนก็อุ่นใจ ก็หันมาศึกษาและสะสม”
เป็นเซียนพระหลวงพ่อคูณ?
เอกชัย : “ผมเล่นพระหลายอย่าง แต่หลวงพ่อคุณเป็นพระที่ผมรักและสะสม ถามว่ามีกี่รุ่น เขาบอกว่ามีประมาณ 1 พันรุ่น และเป็นพระที่ไม่สามารถมีใครทำหนังสือให้ครบได้ด้วย”
ถ้าถูกที่สุด เขาหาเช่าเพื่อบูชา ถูกที่สุดเท่าไหร่?
เอกชัย : “หลักร้อยก็มีครับ ถ้าไม่สากล 40-50 บาทก็มี”
แพงที่สุด?
เอกชัย : “เหรียญสร้างบารมีเนื้อทองคำเป็นเหรียญรุ่นแรกที่ออกที่วัด ปี 2519 ก่อนหน้านี้ก็ประมาณ 10 ล้าน ประมาณปีสองปีที่ผ่านมา ประมาณ 10 ล้าน แต่ตอนนี้น่าจะเกินแล้ว ซื้อขายล่าสุด 13-15 ล้าน”
คุณมีมั้ย?
เอกชัย : “ผมไม่มี อย่างแรกคือหายากมาก พระทั้งหมดมี 19 องค์ แต่ผู้ที่ครอบครองได้มี 19 คนหรืออาจไม่ถึง 19 คนก็ได้ ทองคำมี 19 เหรียญ เนื้อเงินประมาณ 2 ล้าน เนื้อนวะ สร้าง 199 องค์ ผมมีพระย่อยหลวงพ่อคุณเป็นหมื่นองค์ (หัวเราะ)
รุ่นสร้างบารมี เนื้อ นวะ ราคาเท่าไหร่?
เอกชัย : “8 แสนถึงล้าน เมื่อก่อนแจกด้วยนะ (หัวเราะ) เป็นเหรียญแจก ใครไปทำบุญท่านก็ให้
ที่แพงที่สุดคือเหรียญอะไร?
เอกชัย : “เหรียญเลื่อนสมณศักดิ์ เนื้อทองคำ สร้าง 9 องค์ ราคา 1 ล้านบาท คือถามว่าทำไมถึงแพง เพ
ทักษิณ แนะวิธีพัฒนา ‘การท่องเที่ยว’ เชื่อ ไทยเป็นแบบ ‘ดูไบ’ ได้ อยู่ที่ ...
ทักษิณ แนะวิธีพัฒนา ‘การท่องเที่ยว’ เชื่อ ไทยเป็นแบบ ‘ดูไบ’ ได้ อยู่ที่ ‘การบริหาร’
ทักษิณ – วันที่ 28 ม.ค. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้จัดรายการกู๊ด มันเดย์ (Good Monday) รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ตอนที่ 3 หัวข้อ “ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด” ระบุข้อความว่า
Good Monday รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกกับ ดร.ทักษิณ ชินวัตร “EP.3 ชวนโลกมาเที่ยวไทย กระจายรายได้ทุกจังหวัด” เพราะผมเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยยังไปได้ไกลกว่านี้อีกมาก ประเด็นสำคัญคือ เราต้องกระจายรายได้ไปถึงประชากรทุกระดับ และสร้างให้ไทยเป็น Hub ด้านการบินของภูมิภาค เพื่อที่การท่องเที่ยวไทยจะกลายเป็น Growth Engine ที่แข็งแรง สามารถกระจายรายได้สู่ชุมชนจนสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างยั่งยืนครับ
สวัสดีครับ พี่น้องที่เคารพรักครับ วันนี้พบกันเป็น Episode ที่ 3 ตอนแรกว่า เอ๊ะจะพูดเรื่องอะไรดี แต่ไปตื่นเต้นข้อมูลรายงานของ World Bank ของธนาคารโลกที่ประเมินว่าปี 2028 เนี่ยประเทศไทยสามารถที่จะมีรายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 5.9 ล้านล้านบาท หรือจะเป็นประมาณ 28.2 % ของ GDP หรือของผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศเนี่ย ซึ่งปัจจุบันเรามีรายได้อยู่ที่ประมาณ 3.47 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 22% ของ GDP ก็หมายความว่าอีก 10 ปี ไม่ถึงดี เราจะมีรายได้กระโดดขึ้นมา และมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นมาอีกจำนวนมากมาย ฟังแล้วตัวเลขมันดีครับ
แต่ถามว่าจะให้เป็นอย่างนั้นเนี่ยมันต้องทำอะไรอีกเยอะเลย อีกเยอะเลยครับ เพราะไม่งั้นเรารองรับนักท่องเที่ยวแบบนั้นไม่ได้ จะรองรับได้ต้องไปอีกเยอะ ผมก็เลยจะมาพูดว่าแล้วที่สำคัญคือ มันช่วยเศรษฐกิจด้วย เพราะมันเป็นประมาณ เกือบ 30% ของ GDP ต้องทำให้รายได้เหล่านี้ลงไปถึงประชาชนข้างล่าง ถ้าลงได้จริง ประเทศเราจะมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ และมีประโยชน์ต่อคนทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่งเท่านั้น นั่นเป็นสิ่งที่เป็นโจทย์ใหญ่ที่เราต้องตอบ
ถ้าเริ่มต้นเนี่ย ผมก็อยากจะยกตัวอย่างอันนึง ซึ่งเป็นประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวที่สูงมาก คือ ดูไบ เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบเขาใช้เครื่องมือทุกอย่าง ว่าจะดึงคนมาที่ดูไบอย่างไร แล้วดึงมาแล้วจะให้อยู่นานอย่างไร จะให้ใช้ตังค์อย่างไร เขาทำกันเป็นกระบวน เป็นขั้นเป็นตอน นั่นคือว่าเขามียุทธศาสตร์ที่ชัดเจน และก็มีการให้อำนาจในการจัดการอย่างชัดเจน
ยกตัวอย่างเช่น เอมิเรตส์ แอร์ไลน์ เป็นสายการบินที่กลายเป็นใหญ่ที่สุดในโลก เมื่อประมาณสัก ถ้าผมจำ ค.ศ. ไม่ผิดคือประมาณ 1983 ประมาณสัก 30 กว่าปีที่แล้ว เขาเริ่มต้นด้วยทุนจดทะเบียนแค่ 10 ล้านเหรียญ แล้วเครื่องบินที่มาเปิด เที่ยวบินปฐมฤกษ์ เช่ามาจาก ปากีสถาน แอร์ไลน์ 2 ลำ แต่วันนี้เป็นสายการบินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มี 380 เยอะที่สุดในโลก
เขาดึง เขากระจายการบินไปทั่วโลก แล้วให้ดูไบเป็นศูนย์กลาง ใครจะไปไหนก็ผ่านดูไบ แล้วเขาก็มีแรงจูงใจว่า ถ้าแวะตั๋วถูกลง ถ้าแวะหลายวันหน่อย ยิ่งตั๋วถูกลง สมมุติว่าคนไปเที่ยวดูไบ ถ้าจองตั๋ว 2 วัน กับ 4 วัน ตั๋ว 4 วันกลับ ถูกกว่า 2 วันกลับ เพราะว่าจะเป็นแรงจูงใจให้คนได้อยู่นาน ได้ไปช่วยโรงแรมนะครับ เพราะงั้นระบบการท่าอากาศยานก็ดี ระบบอะไรหลายๆ อย่างมันไปอยู่กับเอมิเรตส์ แอร์ไลน์หมด เดี๋ยวผมจะกลับมาพูดถึงของเรา
โรงแรมก็เกิดขึ้นมากขึ้น แล้วเขาก็ไปสร้าง man-made หรือสิ่งที่ดึงดูดท่องเที่ยว เช่น สวนสนุกบ้าง ศูนย์การค้าบ้างอะไรบ้าง ก็พยายามทำตามกฎประชากร เป็นประเทศที่มีประชากรน้อย แต่ว่าดึงประชากรจากทั้งโลกมาช่วยสร้างเศรษฐกิจ อันนี้คือเทคนิคที่เขาใช้ แม้กระทั่งเรื่องของประชากร เขาไม่มีคนทำงานในภาคบริการมาก เขาก็ให้วีซ่ากับคนที่จะมาทำงานที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ หรือที่เมืองดูไบเนี่ยได้ง่ายมาก คือ ให้มาทำงาน คนของเขามีหน้าที่กู้แบงก์ลงทุน แล้วก็คนต่างชาติมีหน้าที่มาทำงานให้เขา แล้วก็ภาคบริการเนี่ยก็ขยายอย่างรวดเร็วมาก วันนี้คนไปดูไบใช้เงินเป็นอันดับ 1 ของโลก คือ เฉลี่ยต่อคน นี่คือรายงานของ มาสเตอร์การ์ด หรือบริษัทเครดิตการ์ด
ทีนี้ของเราเนี่ยถ้าอยากได้นักท่องเที่ยวเยอะขนาดนั้นเนี่ย ปัญหาคือสนามบิน วันนี้สุวรรณภูมิที่เราสร้างไว้เนี่ย รองรับได้ 45 ล้านคนต่อปี แต่วันนี้เนี่ยเราใช้ไป 60 กว่าล้านคนแล้ว เราใช้เกิน 62.8 ล้านคน ดอนเมืองเราสร้างไว้ 30 ล้าน ตอนนี้ ใช้ไป 40.5 ล้าน ภูเก็ตสร้างไป 12.5 ล้าน ใช้ไป 18.2 ล้าน เชียงใหม่ 8 ล้าน ใช้ไป 10.8 ล้าน นั่นคือวันนี้ สนามบินที่มีอยู่ในประเทศไทย เล็กไปสำหรับ การท่องเที่ยวในปัจจุบันแล้ว
ทีนี้เราอยากเร่งให้มีรายได้มากขึ้น ก็ต้องขยายสนามบินมากขึ้น สนามบินสุวรรณภูมิเนี่ย ตอนที่ผมทำไว้ แพลนไว้ว่าจะสร้างมิดฟิลด์คองคอร์ด และก็สร้างเทอมินอลที่ 2 แล้วก็ทำถนนจ่อมาแล้วทางด้านใต้นะครับที่มาจากทางบางนาตราด มันช้าไปหน่อย แล้วรันเวย์ที่ 3 เนี่ยก็ถมไว้แล้ว อัดดินอัดแน่นไปแล้ว ก็เหลือแค่ทำรันเวย์ ก็ช้าไปหน่อย ถ้าเราเร็วขึ้นเนี่ย มันจะทำให้เรารองรับเที่ยวบินเข้ามาเมืองไทยได้เยอะขึ้น วันนี้มีเที่ยวบินอยากเข้าเมืองไทยเยอะ
ที่ดูไบเขาทำไงรู้ไหมฮะ ร้านอาหารในดูไบ ยกตัวอย่างๆ La Petite Maison มีหลายสาขาทั่วโลก แต่ที่ดูไบอร่อยที่สุด เพราะระบบการนำเข้าวัตถุดิบมันสดตลอดเวลา เพราะเนื่องจากว่าเครื่องบินมันมาจากทุกแห่งทั่วโลก และมันมาแวะที่ดูไบ คือ Belly cargo คือหมายถึงว่า การขนส่งของผ่านใต้ท้องเครื่องบิน มันมีมาจากทุกแห่ง เพราะฉะนั้นของจะสด เพราะฉะนั้นเมืองไทยก็เหมือนกัน เรานอกจากจะเอาของเข้าและของออกด้วย เราสามารถเอาสินค้าเกษตรออก ถ้ายิ่งเรามีเที่ยวบินมาเยอะๆ การใช้บริการ Belly cargo คือ ติดท้องเครื่องบินโดยสารไปด้วย จะทำได้เยอะ ถี่ เร็ว นะครับ ผลพลอยได้ มันมีเยอะ
เพราะฉะนั้นของเรามีจุดอ่อนอีกอันนึงก็คือ การท่ากับการบินไทย ตอนนั้นผมอยากสร้างการบินให้ผงาด อยู่ในสุวรรณภูมิ เป็น home-base ลงมาเห็นความยิ่งใหญ่ของการบินไทย แต่ปรากฏว่า การ
ทำงานร่วมกันระหว่างการบินไทยกับการท่าอากาศยานเนี่ย มันอ่อนไปหน่อย มันขาดความร่วมมือที่ดี เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะเป็น hub หรืออยากเป็นศูนย์กลางการบิน เราจะต้องจัดเวลาเที่ยวบินมาถึงและออกต่ออีกชั่วโมง เพื่อให้การต่อเครื่องเนี่ยมันสะดวก ไม่ใช่เครื่องบินมาเช้าแล้วออกอีกทีตอนดึก คนไม่อยากมานอนเล่นอยู่สนามบินรอ มันเสียเวลา แล้วก็เหนื่อยด้วย เพราะฉะนั้นระบบการสร้างการเป็น hub เป็นศูนย์กลาง ซึ่งโดยทางภูมิศาสตร์ เราเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคทางอาเซียนอยู่แล้ว ในทางเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยที่ตั้งทางภูมิศาสตร์เราเป็นศูนย์อยู่แล้ว แต่ทางด้านบริหาร เราไม่สามารถทำให้มันเป็นศูนย์ได้
อย่างที่ดูไบเขาเป็นศูนย์ เขาถึงเรียกว่า Middle East เป็นศูนย์กลางตรงนั้น ซึ่งมันมีหลายประเทศที่เป็นศูนย์กลางได้ แต่เขาดึงเข้ามาโดยใช้สายการบินของเขาเป็นตัวดึง เพราะฉะนั้นวิธีการบริหารการจัดการมันสร้างความแตกต่างเยอะเลย เพราะฉะนั้นการบริหารการจัดการเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไขนะครับ
นอกจากนั้นเรื่องของการรักษาความปลอดภัยก็ดี เรื่องของการสร้างระบบไอดีก็ดี เรื่องอีกที่สำคัญที่สุดก็คือ เรื่องของกำลังคนที่จะใช้ในภาคบริการ เราต้องการประมาณ 8 ล้าน กว่าคน 8,570,000 คน เข้ามาอยู่ในภาคบริการ ทางด้านการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะต้องเริ่มคิดว่า เราจะเทรนคนของเรายังไง จุดแข็งของการท่องเที่ยวไทยเราเนี่ย เขาบอกว่าเป็นความมีน้ำใจของคนไทยในการต้อนรับแขก เขาชอบตรงที่เราแฮปปี้ โรงแรมบริการดี สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เป็นเสน่ห์ของเมืองไทย นอกเหนือจากอาหาร นอกเหนือจากแหล่งท่องเที่ยว วัฒนธรรม ธรรมชาติอะไรทั้งหลาย เดี๋ยวค่อยพูดกันเรื่องนั้น เราจะต้องสร้างคนที่ในภาคบริการให้เป็นมนุษย์พันธุ์ที่ทำงานด้านบริการได้ดี จะต้องทำอย่างไร
วันนี้เราก็ต้องถือโอกาสแล้วครับ ว่าหุ่นยนต์มันจะมาไล่คนออกจากภาค อุตสาหกรรม เราก็ต้องเอาภาคอุตสาหกรรมส่วนหนึ่งเนี่ย พัฒนาให้เป็นนายหุ่นยนต์ อีกส่วนหนึ่งเนี่ย เอามาสู่ภาคการเกษตร อีกส่วนหนึ่งเอามาสู่ภาค การบริการ มนุษย์มันมีหลายประเภท หลายนิสัย เราก็คัดมา แล้วก็เอามาเทรนได้ วันนี้ต้องคิดแล้วครับว่าจะเตรียมคนเข้าสู่ภาคบริการอย่างไร ภาคอุตสาหกรรมเรามีคนเหลือ ต่อไปเราจะเหลือคนจากภาคอุตสาหกรรม เราก็เอามาสู่ภาคบริการ แล้วภาคเกษตรเดี๋ยวคราวหน้า คราวต่อไป ผมจะพูดเรื่องภาคเกษตร ให้รู้ว่าภาคเกษตรเนี่ยมันสามารถยกระดับ ทั้งการทำผลผลิต ยกระดับของการทำการเกษตร และยกระดับของคนที่ทำภาคการเกษตรได้ เพราะฉะนั้นเนี่ย ตรงนี้ต้องยกระดับคนเข้ามาสู่ในภาคบริการ โดยดึงมาจากภาคอื่นที่จะมีการเหลือ
ในอนาคตข้างหน้า แม้กระทั่งภาคการบริการด้านอื่นๆ เช่น ภาคธนาคาร คนในธนาคารก็จะเหลือ แน่นอนครับต่อไปข้างหน้า ออนไลน์แบงก์กิ้งมันเข้ามาแรงขึ้น ใช้กันมากขึ้น ในที่สุดผลสุดท้ายก็จะใช้คนพนักงานแบงก์น้อยลงไป จะต้องมีการ lay off พนักงานแบงก์อีกเป็นหมื่นๆ คน ตอนนี้ภาคบริการน่าจะเปิดรับได้กว้างขึ้น ถ้าหากว่าเรามีการจัดบริหารให้ดีนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องคนก็เป็นเรื่องสำคัญ
อีกอันที่เราบอกว่าจะกระจายรายได้ไปสู่ระดับล่างได้ไง นั่นก็คือเดี๋ยวนี้มีเทคโนโลยี และ Business Model ที่เราเรียกกันว่า sharing economy เหมือนกับ UBER ก็ดี เหมือน Airbnb ก็ดี เราสามารถที่จะจัดโฮมสเตย์ทำเป็นเว็ปไซต์เหมือนกับ Airbnb เพื่อจะแยกกลุ่มว่า ใครจะไปเที่ยวชนบท ประเภทไหน อยู่ในกลุ่มนี้ ประเภทไหนอยู่ในกลุ่มนี้เช่น ประเภท ซี ซัน แซนด์ ก็โฮมสเตย์ก็อยู่แถวบ้าน แถว ซี ซัน แซนด์ ก็คือ เที่ยวชายหาด ดูทราย ดูแสงแดดอะไรพวกนี้นะฮะ ก็คือทะเล
อีกประเภทนึงบอกว่าอยากไปด้านธรรมชาติทางภูเขา ก็ไปทางเหนือ อีกประเภทนึงก็คือว่าอยากจะไปอยู่กับชาวบ้าน ไปดูวิถีชีวิต เช่น ไปดูว่าเขาจะทำนาอย่างไร เกี่ยวข้าวอย่างไร ก็ไปอยู่แถวร้อยเอ็ด แถวอะไรพวกนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้อย่าให้รายได้มันกระจุกอยู่ไม่กี่จังหวัด กระจายออกไป และให้สนามบินต่างๆ ที่บางที่เนี่ยได้ใช้เป็นที่ปลูกหญ้าเลี้ยงวัวไปแล้ว ก็ต้องเอามาฟื้น และให้การท่องเที่ยวมันกระจายออกไปสู่ชนบท เพราะว่าจำนวนนักท่องเที่ยวมันมีมากพอแล้ว ต่อไปจะมากขึ้นไป ซึ่งผมเคยพูดไว้ว่าเราต้องทำให้ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวเท่ากับจำนวนประชากรของเรา มันเป็นไปได้แล้วนะครับ ที่ World Bank พูดถึงปี 2028 และวันนี้ถ้าดูยอดคนมาเที่ยว อย่างคนอินเดียมีตั้งพันสามสี่ร้อยล้านคน เพิ่งมาล้านสี่แสนคนเอง เพราะงั้นมันยังดึงมาได้อีกเยอะ เที่ยวได้อีกเยอะ
เพราะฉะนั้นเราจะต้องปรับปรุง เตรียมการเรื่องการท่องเที่ยวอย่างเป็นระบบ ถ้าให้เป็นหน้าที่ของกระทรวงท่องเที่ยวอย่างเดียวไม่พอนะครับ แล้วก็ต้องมียุทธศาสตร์การท่องเที่ยว ไปถึงเรื่องของการกระจายลงไปให้นักท่องเที่ยวไม่ว่าไทยหรือต่างชาติ
ในที่สุดมนุษย์มันอยู่กับชีวิตที่เหนื่อย ที่แข่งขัน ที่เครียดมาเยอะ บางคนได้ตังค์แล้วก็ไม่รู้ว่า..ใช้ไม่เป็นนะครับ ก็ดูบางคนก็อยากจะกลับไปสู่ธรรมชาติ คือ Back to nature กลับไปสู่สภาพที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์ ก็อยากจะไปเห็นไปสัมผัสวิถีชีวิต สิ่งเหล่านี้อีกหน่อยจะเป็นการท่องเที่ยวที่ดึงคนไปได้เยอะ อย่างวันก่อน มีคนส่งรูปมาให้อย่าง Bill Gates เศรษฐี อันดับต้นๆ ของโลกไปยืนเข้าคิว แต่งตัวธรรมดาๆ เข้าคิวซื้อแฮมเบอเกอร์ อยู่ที่เมือง Seattle ก็เป็นเรื่องที่ให้เห็นว่า ในที่สุด มนุษย์ก็คือมนุษย์ อย่าไปคิดว่าคนมีตังค์เป็นเทวดา มนุษย์ก็คือมนุษย์อยู่ดี เพราะงั้นในที่สุดมนุษย์จะมีความสุขได้ต้องมีความสุขแบบมนุษย์ ถ้ามนุษย์คิดว่าจะมีความสุขแบบเทวดา ไม่มีทางมีความสุข เพราะเราไม่ใช่เทวดา มนุษย์ต้องมีความสุขแบบมนุษย์ถึงจะมีความสุข นั่นคือสิ่งที่มนุษย์เริ่มแสวงหาความสุขที่แท้จริง ก็จะไปค้นคว้าอะไรต่างๆ เยอะ
ประเทศไทยเรามีความพร้อมในสิ่งเหล่านี้จริงๆ งั้นต้องจัดและบริหารให้ดี วันนี้ ผมคิดว่าเดี๋ยวผมจะมาพูดต่อเพราะว่าเรื่องท่องเที่ยวมันมีเรื่องยาว แต่วันนี้เราพูดกว้างๆ แค่นี้ก่อน แล้วก็คราวหน้ามีเวลา ก็จะพูดต่อและก็พูดเรื่องการย้ายผู้คนจากภาคต่างๆ ที่อาจจะล้นงาน หรือที่ต้องป
แปลงไปเนี่ยอย่างไร เราก็จะมาคุยกันต่อนะครับ วันนี้ผมขออนุญาต เอาสั้นๆ แค่นี้ก่อนครับ สวัสดีครับ
Sunday, January 27, 2019
เขาว่ามาแน่ ! คอหวยแห่ซื้อเลขทะเบียนรถ สาวสุดอั้นคลอดลูกในรถกระบะกลางเมื...
เขาว่ามาแน่..!! คอหวยแห่ซื้อเลขทะเบียนรถ สาวสุดอั้นคลอดลูกในรถกระบะกลางเมืองศรีราชา (มีคลิป)
จากกรณีข่าวมีหญิงสาวสุดอั้นคลอดลูกบนรถเมื่อวันที่ 11 กันยายน 2560 ที่ผ่านมาเมื่อเวลา17.30 น. ทำให้กระแสของชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์นำเลขทะเบียนรถคันที่หญิงสาวคลอดลูกนำไปซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลกันมากจนทำให้สลากกินแบ่งหมายเลขทะเบียนรถขายดิบขายดีเป็นอย่างมากโดยเหตุการณ์ครั้งนี้ได้เกิดขึ้นเมื่อ เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างประทีป ศรีราชา ได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือ มีหญิงคลอดลูกในรถยนต์ เหตุเกิดบนถนนสุรศักดิ์ 1 หน้าโรงเรียนวัดราษนิยมธรรม เขตเทศบาลเมืองศรีราชา ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา รุดไปให้การช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุพบรถกระบะอีซูซุ สีดำ หมายเลขทะเบียน ผร 1613 ชลบุรี จอดอยู่ ภายในรถพบ น.ส.ประกายมาศ พุทธายอด อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 216/26 ม.3 ต.บึง อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี นั่งอยู่บนเยาะนั่งด้านซ้าย และได้คลอดลูกออกมาแล้ว เป็นเด็กชาย ร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ส่งเสียงร้องงอแง ชาวบ้านที่พบเห็นต่างพากันมามุงดูด้วยความสนใจ ทั้งเด็กที่กำลังคลอด รวมถึงเลขทะเบียนรถยนต์ จากนั้นเจ้าหน้าที่กู้ภัย ได้ตัดสายสะดือ และช่วยปฐมพยาบาลทั้งแม่และลูกเพื่อให้ปลอดภัย ก่อนนำตัวแม่และลูกโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา
จากการสอบถาม น.ส.ศิริธร ภักดีวงค์ 36 ปี บ้านเลขที่ 6/23 ม.4 เขต แขวงบางมด เขตบางมด กทม. กล่าวว่า ตนและ น.ส.ประกายมาศ อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ตนได้พา น.ส.ประกาศมาศ เดินทางมาหาหมดที่โรงพยาบาลฯ ตามปกติ เพราะฝากท้องไว้ที่นั่น ก่อนจะเดินทางกลับ หลังจากนั้น น.ส.ประกาศมาศ ก็ได้ติดต่อมาอีกครั้ง เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. แล้วบ่นว่าเจ็บท้อง ตนจึงตัดสินใจรีบพาไปพบหมอที่โรงพยาบาลฯ ซึ่งออกจากบ้านมา จนมาถึงในที่เกิดเหตุ ก็พบว่า น.ส.ประกาศมาศ ได้คลอดลูกออกมาในรถแล้ว จึงแจ้งตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ ซึ่งตนก็รู้สึกดีใจที่ทั้ง น.ส.ประกาศมาศและลูกปลอดภัย ซึ่งตามกำหนดจะคลอดประมาณอีก 1 อาทิตย์ข้างหน้า
ภาพ/ข่าว ชำนาญ ใจเอื้อ ผู้สื่อข่าวภูมิภาคสำนักข่าวทีนิวส์จังหวัดชลบุรี...
ปวินชี้ น้ำใส BNK48 ใส่เสื้อนาซี สะท้อนภาพการศึกษาล้มเหลว มึนโอตะ ปกป้องน้กร้องทั้งที่ทำผิด
นักวิชาการ ม.เกียวโต ชี้ น้ำใส BNK 48 ใส่เสื้อนาซี สะท้อนการศึกษาล้มเหลว
ปวินชี้ น้ำใส BNK48 ใส่เสื้อนาซี สะท้อนภาพการศึกษาล้มเหลว มึนโอตะ ปกป้องน้กร้องทั้งที่ทำผิด
ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์มหาวิทยาลัยโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น แสดงความคิดเห็น กรณี BNK 48 น้ำใส พิชญาภา นาถา อายุ 19 ปี สวมเสื้อยืดที่มีสัญลักษณ์สวัสติกะ ของพรรคนาซีเยอรมนี ในการซ้อมคอนเสิร์ตใหญ่เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ที่ผ่านมา ผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว Pavin Chachavalpongpun ความว่า
เรื่องไอดอลโชว์สัญลักษณ์นาซี
1.นี่คือการศึกษาล้มเหลวส่วนหนึ่ง แต่สำคัญพอกัน คือความ ignorance ของนักร้องเด็ก เพราะเราอยู่ในโลกอินเตอร์เน็ตที่สามารถค้นหาความรู้เองได้ ตัวอย่างเช่น ทำไมคนรุ่นเดียวกันกับน้ำใสถึงรู้ว่า การใส่สัญลักษณ์นาซีจึงผิดทั้งๆ ที่ผ่านระบบการศึกษามาแบบเดียวกัน ดังนั้น ส่วนหนึ่งมันเป็นความดักดานส่วนบุคคล
2.Ignorant กว่านักร้องคือกองทัพโอตะ นักร้องผิดยังไงก็ไม่ผิด ผิดยังไงก็ยังน่ารักน่าทะนุถนอม โอตะพวกนี่พร้อมด่าละครน้ำเน่าที่มีฉากตบตีใช้ความรุนแรง แต่ใส่เสื้อนาซีกลับไม่มีปัญหา
3.คำแก้ตัวว่า ใส่เสื้อนาซีขำๆ อย่าจริงจังมาก มันเป็นศิลปะ สัญลักษณ์อื่นๆ ที่ไม่ใช่นาซีก็ยังเห็นมีคนเอามาใช้ แถมพูดเลยเถิดไปว่าคนที่ตำหนิน้องน้ำใสเป็นพวก haters ขอตอบทีเดียวเลยว่า ประสาทแดก ตรรกะอะไรไม่ทราบ คนอื่นใส่สัญลักษณ์อย่างอื่นที่ผิดๆ ยังทำได้ ทำไมน้องน้ำใสจะทำไม่ได้ นี่คือตรรกะอะไร อย่าลืมว่าตัวเองเป็นป๊อปไอดอลที่มีคนตามมาก สิ่งที่ตัวเองทำย่อมมีผลกระทบต่อคนทั่วไป...
เฌอปราง ยืนหนึ่ง!! ชนะเลือกตั้ง BNK48 ร่ำไห้คว้าตำแหน่งเซ็นเตอร์ซิงเกิลที่ 6
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 19.00 น วันนี้ 26 ม.ค. ที่อิมแพคอารีนา เมืองทองธานี มีการประกาศผลการโหวต 16 สาวเซ็มบัตสึ ซึ่งเหล่าโอตะได้ลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจากการซื้อซีดีเพื่อโหวตสมาชิกว่าใครจะได้เป็นเซ็มบัตสึบ้าง ในซิงเกิลที่ 6 ของ BNK 48 ในงาน 6th Single Senbatsu General Election
ซึ่ง 16 เซ็มบัตสึได้แก่
16. มายด์ ปณิศา ศรีละเลิง
15. ไข่มุก วรัทยา ดีสมเลิศ
14. แนทเธอรีน ดุสิตา กิติสาระกุลชัย
13. วี วีรยา จาง
12. ปูเป้ จิรดาภา อินทจักร
11. ตาหวาน อิสราภา ธวัชภักดี
10. น้ำหนึ่ง มิลิน ดอกเทียน
09. ปัญ ปัญสิกรณ์ ติยะกร
08. แก้ว ณัฐรุจา ชุติวรรณโสภณ
ส่วน คามิเซเว่น ได้แก่
07. เนย กานต์ธีรา วัชรทัศนกุล
06. อร พัศชนันท์ เจียจิรโชติ
05. เจน กุลจิราณัฐ อินทรศิลป์
04. โมบายล์ พิมรภัส ผดุงวัฒนะโชค
03. มิวสิค แพรวา สุธรรมพงษ์
02. เจนนิษฐ์ โอ่ประเสริฐ
01. เฌอปราง อารีย์กุล
ผู้คว้าตำแหน่งเซนเตอร์ได้นั่งบนบัลลังก์ ได้ถือคฑาอาเธน่า (Athena) ที่เป็นสัญลักษณ์เทพีแห่งปัญญา สงคราม โดย เฌอปราง ได้กล่าวถึงความรู้สึกมาว่า
ขอบคุณนะคะ แต่เฌอรู้สึกผิด ทุกครั้งที่มีการประกาศอันดับก่อนหน้านี้ แต่เราอยากพยายามเพื่อแฟนๆมากที่สุดและพยายามพิสูจน์ตัวเองมากที่สุด เคยถามตัวเองว่ามาอยู่จุดนี้ได้อย่างไร แฟนๆ ทุกคนของเฌอสุ...
Friday, January 25, 2019
ยิ่งกว่านิยาย ตา ยายอุดร วอนพิสูจน์ DNA สตรีแห่งขุนเขา เมืองผู้ดี ใช่ลูก...
ยิ่งกว่านิยาย ตา-ยายอุดร วอนพิสูจน์ DNA สตรีแห่งขุนเขา เมืองผู้ดี ใช่ลูกสาวที่หายไป 14 ปีหรือไม่
สตรีแห่งขุนเขา / เมื่อวันที่ 24 มกราคม ที่ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี นางเศรษฐินรี เวเนส นายกสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร นำทีมงานเข้าพบ นางอรเกษมศิลป์ จิรวัสวงศ์ ยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี เพื่อประสานงานในกรณีที่ นางจูมศรี สีกันยา อายุ 72 ปี ชาวตำบลบ้านธาตุ อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี ร้องขอความช่วยเหลือให้ช่วยติดตามหา นางลำดวน อาร์มิเทจ อายุ 51 ปี ลูกสาวซึ่งแต่งงานกับชายชาวอังกฤษ และย้ายไปอยู่ที่อังกฤษ แต่ขาดการติดต่อ 14 ปี แล้ว
นางจูมศรีสงสัยว่าศพหญิงที่ถูกทิ้งบนภูเขาอุทยานแห่งชาติยอร์กเชอร์ ซึ่งตำรวจสันนิษฐานว่า หลงทางและหนาวตายเมื่อ 14 ปีก่อน กระทั่งมีนักเดินเขามาพบ อาจจะเป็นนางลำดวนก็เป็นได้
ขณะที่สมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร ติดตามช่วยเหลือหญิงไทยที่ถูกทำร้าย ได้ติดตามเรื่องศพหญิงนิรนามมานานแล้ว
ด้านนางเศรษฐินรีเปิดเผยว่า เมื่อเดือนที่แล้ว นางจูมศรีเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือ ให้ช่วยติดตามหาลูกสาวชื่อนางลำดวนที่หายสาบสูญไปตั้งแต่ปี 2547 หลังลูกสาวแต่งงานกับชายชาวอังกฤษ มีลูกด้วยกัน 2 คน นับจากลูกสาวหายตัวไป นางจูมศรีติดตามหาลูกสาวทุกหนทุกแห่งและทุกวิถีทางที่ทำได้ แต่ก็ไม่มีวี่แวว
ต่อมาญาติของ นางจูมศรี ที่อยู่ในประเทศอังกฤษเห็นข่าวพบศพหญิงนิรนาม “เจ้าสาวชาวไทย ผ่านไป 14 ปี ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร” ศพถูกทิ้งไว้ในอุทยานแห่งชาติอังกฤษ จากสำนักข่าวต่างประเทศบีบีซี เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.2561 ญาติจึงได้บอกให้นางจูมศรี เขียนจดหมายส่งมาสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักร ถึงเมื่อวันที่ 12 ม.ค.2562
ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน
เมื่อติดต่อประสานงานไปยังตำรวจในอังกฤษ ทราบว่า เมื่อ 14 ปีก่อน นายปีเตอร์ กู๊ดฮิว นักเดินเขาพบศพหญิงนิรนามชาวเอเชียอายุประมาณ 30-35 ปี ถูกทิ้งบนภูเขาอุทยานแห่งชาติยอร์กเชียร์ เสียชีวิตมาประมาณ 3 สัปดาห์ ไม่มีร่องรอยการถูกทำร้าย เพราะเนื่องจากเสียชีวิตมาหลายวัน มีหลักฐานคือแหวนทองสวมอยู่ที่นิ้วกลางด้านซ้าย ซึ่งมีส่วนผสมของทองสูงมากกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ มีเพียงประเทศไทยเท่านั้นที่นิยมผลิต
จากนั้นก็ได้มีการสเกตช์ภาพหน้าศพหญิงนิรนามออกมา ส่วนศพถูกฝังไว้ที่สุสานหมู่บ้านฮอร์ตันอินริบเบิลส์เดล โดยชาวบ้านเรียกหญิงดังกล่าวว่า “สตรีแห่งขุนเขา” จึงสงสัยว่าศพหญิงนิรนามอาจเป็นนางลำดวน
ทางสมาคมเครือข่ายภาคีหญิงไทยในสหราชอาณาจักรจึงติดต่อมายังหน่วย DSI และกระทรวงยุติธรรมในเมืองไทย ให้ช่วยประสานงานมายังนางจูมศรี เพื่อขอตรวจ DNA ว่าศพหญิงนิรนาม สตรีแห่งขุนเขา จะเป็นนางลำดวนที่หายไป 14 ปี หรือไม่ ส่วนสาเหตุการเสียชีวิต จะเป็นการหลงทาง หนาวตาย หรือเป็นการฆาตกรรมนั้น เป็นหน้าที่ของตำรวจอังกฤษ
ต่อมา นางอรเกษมศิลป์ จิรวัสวงศ์ ยุติธรรมจังหวัดอุดรธานี เดินทางไปที่บ้านของนางจูมศรี สีกันยา และนายบัวสา สีกันยา พ่อแม่ ของ นางลำดวน อาร์มิเทจ ที่ตำบลบ้านธาตุ อ.เพ็ญ เป็นบ้านครึ่งไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น โดยได้นำภาพสเกตช์ ศพหญิงนิรนาม มาทำการเปรียบ ภาพถ่ายของนางลำดวน ซึ่งก็มีลักษณะใกล้เคียงหรือคล้ายกัน
นางจูมศรีและนายบัวสา เปิดเผยว่า มีอาชีพทำนา มีลูก 6 คน นางลำดวนเป็นคนโต ได้หย่าร้างกับสามีชาวไทย มีลูก 1 คน ต่อมาได้พบรักกับหนุ่มชาวอังกฤษ ที่ จ.เชียงใหม่ ซึ่งเขาเป็นครูสอนภาษาที่ กทม. ทั้งคู่ได้มาทำพิธีแต่งงานแบบอีสาน บายศรีสู่ขวัญ ผูกข้อมือที่บ้าน ก่อนที่จะพากัน ไปอยู่กรุงเทพฯ
ต่อมานางลำดวนย้ายกลับไปอยู่ที่ประเทศอังกฤษกับสามี และมีลูกด้วยกัน 2 คน ซึ่งลูกสาวก็ไปทำงานร้านอาหารที่นั่น ก็ส่งเงินมาให้พ่อแม่ใช้ จำนวนไม่มาก แต่ไม่ได้ส่งให้ตลอดทุกเดือน นางลำดวนได้โทรศัพท์มาเล่าให้ฟัง ว่าถูกสามีทำร้ายร่างกายเป็นประจำ...
ด่วน! ศาลสั่งประหารชีวิต, สาวหม่อง เจ้าของบัญชีฟอกเงินแก๊งยา แฉเงินหมุนเวียน 1 หมื่นล้าน
ด่วน! ศาลสั่งประหารชีวิต สาวหม่อง เมื่อวันที่ 25 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (วันที่ 24 ม.ค.)ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ได้อ่านคำพิพากษา ในคดี อย.633/2561 ที่ อัยการพิเศษฝ่ายคดียาเสพติด 10 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นาง มินต์ เตง เอ (MYINT THEIN AYE) อายุ 43 ปี สัญชาติพม่า หนึ่งในสมาชิกกลุ่มค้ายาเสพติด (กลุ่มเทียน เอ) เป็นจำเลยในความผิดสนับสนุน ช่วยเหลือผู้กระทำความผิดก่อน หรือ ขณะกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
อ่านข่าว บุกล็อกตัวกลางกรุง สาวฟอกเงินหมื่นล้านให้แก๊งยา แฉเปิดร้านเพชร-ขายทองบังหน้า
คำฟ้องระบุพฤติการณ์ระบุว่า เมื่อระหว่างวันที่ 7 ม.ค. – 1 ก.พ. 2559 นางมินต์ เตง เอ จำเลย กับพวกที่ยังหลบหนีและบางรายถูกดำเนินคดีแล้ว ได้สมคบ สนับสนุน ช่วยเหลือกันตั้งแต่สองคนขึ้น เพื่อกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เมทแอมเฟตามีน) ซึ่งมีการวางแผนแบ่งหน้าที่กันทำ ในการเป็นผู้จัดหา ครอบครอง เก็บรักษา ลำเลียงยาเสพติดและหาเครือข่ายลูกค้าที่ต้องการยาเสพติด รวมทั้งจัดการเกี่ยวกับด้านการเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายยาเสพติดดังกล่าว
โดยนาง มินต์ เตง เอ จำเลย กระทำความผิดลักษณะให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ ดำเนินการเกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน โดยเปิดบัญชีธนาคารและใช้บัญชีธนาคารของผู้อื่นในการรับโอนเงินค่ายาเสพติด และทำธุรกรรมทางการเงินตามคำสั่งของเจ้าของยาเสพติด อันเป็นการสนับสนุนกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยขณะเกิดเหตุจำเลยได้ร่วมกับพวกช่วยเหลือกัน กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ชนิดเมทแอมเฟตามีนไฮโดรคลอไรด์ ซึ่งเป็นเกลือของแมทแอมเฟตามีนและเป็นอนุพันธ์แอมเฟตามีน ชนิดผลึกสีขาวขุ่นจำนวน 27 ถุง น้ำหนักสุทธิ 26,722.250 กรัม คำนวณเป็นปริมาณสารบริสุทธิ์หนัก 26,056.865 กรัม อันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1ตามกฎหมาย ไว้ในครอบครองของ นายจำรัส เด่นปรีชา กับพวกรวม 3 คน ที่เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำ ที่ อย.1853/2559 ของศาลนี้ ซึ่งถูกศาลพิพากษาลงโทษให้ประหารชีวิตและลดโทษกึ่งหนึ่งเหลือจำคุกตลอดชีวิต
Wednesday, January 23, 2019
‘เก่ง เกียร์อาร์’ โชว์ห้อยเหรียญหลวงพ่อคูณ ราคาไม่ธรรมดา เชื่อพาชีวิตก้า...
‘เก่ง เกียร์อาร์’ โชว์ห้อยเหรียญหลวงพ่อคูณ ราคาไม่ธรรมดา เชื่อพาชีวิตก้าวหน้า
เก่ง เกียร์อาร์’ โชว์ห้อยเหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นเจริญพระบน ปี 2536 ราคาหลักแสน เผยเป็นพระของพ่อ มีคุณค่าทางจิตใจ เชื่อทำให้ชีวิตก้าวหน้า เจริญรุ่งเรือง
เหรียญหลวงพ่อคูณ / เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่ศูนย์พระเครื่องพันทิพงามวงศ์วาน นายภัทรศักดิ์ เทียมประเสริฐ อายุ 39 ปี หรือ อดีตดีเจเก่ง เจ้าของฉายา ‘เก่ง เกียร์อาร์’ เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ ว่าได้บูชาหลวงพ่อคูณ รุ่นเจริญพรบน ปี 2536 ด้านหลังเขียนว่า เมตตามหานิยม เพราะมีความเชื่อว่าบูชาแล้วชีวิตตนดีขึ้น
อ่านข่าว เปิดใจทีมนักศึกษาแพทย์มข.ได้ศึกษาสรีรสังขาร หลวงพ่อคูณ เผยเรื่องมหัศจรรย์
อ่านข่าว เซียนพระเชื่อ เหรียญหลวงพ่อคูณ จะราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อ่านข่าว เปิดใจผู้สร้างเหรียญ หลวงพ่อคูณ ปี 2519 ราคาพุ่ง 30 ล้าน! มีแค่ 9 เหรียญเท่านั้น
นายภัทรศักดิ์ กล่าวว่า ตนมีเหรียญหลวงพ่อคูณ รุ่นเจริญพรบน ปีพ.ศ.2536 ด้านหลังเขียนว่าเมตตามหานิยม โดยเป็นพระที่ได้รับมาเป็นมรดกตกทอดมาจากคุณพ่อ ซึ่งเป็นเหรียญที่ตนชื่นชอบเป็นอย่างมาก และเป็นเหรียญที่ทำให้ตนมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น หลังจากที่ต้นเดือนม.ค. ปี พ.ศ.2559 ที่เกิดเหตุตนถอยรถชนคู่กรณี จนเป็นเรื่องโด่งดังไปทั่วทั้งโซเชี่ยล ในตอนนั้นตนก็ยอมรับว่าตนจิตตกอย่างมาก มันไม่มีทางออกแล้ว ตนจึงตัดสินใจไปบวช ตอนบวชคุณแม่ก็ได้นำเหรียญหลวงพ่อคูณ ซึ่งเป็นของคุณพ่อมาให้ ตนก็ห้อยมาตลอดจนถึงเวลาขึ้นศาล ในวันที่ 7 มี.ค.2559 ศาลก็ตัดสินลดโทษลงกึ่งหนึ่ง
“หลังจากนั้นผมก็มาเริ่มต้นชีวิตให้ด้วยการเปิดแผงเช่าพระเครื่อง ก็มีลูกค้าขาประจำมากมาย หรือแม้กระทั่งมีคนเสนองานต่างๆ ให้ผม เสนอกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ ให้ สิ่งเหล่านี้ทำให้ผมรู้สึกว่าตนเองมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น และเชื่อว่าส่วนหนึ่ง เป็นเพราะได้ห้อยเหรียญหลวงพ่อคูณองค์นี้ แม้ว่าเหรียญนี้จะมีมูลค่าถึง 1 แสนกว่าบาท แต่ผมก็ไม่คิดจะขายแต่อย่างใด เพราะมันมีคุณค่าทางจิตใจมากกว่า” เก่ง เกียร์อาร์ กล่าว...
ทริสตอง โด ไม่ทน โต้เกรียนเวียดนาม เหยียดผลงาน ยันภูมิใจในความเป็นไทย
ทริสตอง โด โพสต์ไอจีตอบโต้เกรียนเวียดนาม
ทริสตอง โด ไม่ทน โต้เกรียนเวียดนาม เหยียดผลงาน ยันภูมิใจในความเป็นไทย
ทริสตอง โด แบ็คขวา ลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ของทัพช้างศึก ออกมาโพสต์สตอรี่ ในอินสตาแกรมตอบโต้แฟนบอลเวียดนามส่วนหนึ่ง ที่เข้ามาวิพากษ์วิจารณ์ว่าตัวเขาที่มีเชื้อสายเวียดนาม แต่กลับเลือกเล่นให้กับทีมชาติไทย พร้อมทั้งเอาผลงานของทีมชาติเวียดนามที่ทำในช่วงนี้มาข่ม ทำให้ โด ต้องออกมาโพสต์ชี้แจง ความว่า
“ผมแค่อยากจะพูดคุยเรื่องนี้ให้ทุกคนเข้าใจ ผมมีความภูมิใจที่คุณปู่ของผมเป็นคนเวียดนาม และเขาใช้ชีวิตอยู่ในประเทศไทยมาตลอด ผมมีความภาคภูมิใจเหมือนกับคุณพ่อของผมที่เขาเกิดในประเทศไทย และได้รับการเลี้ยงดูอยู่ในประเทศไทยมาตลอด พอๆกันกับที่ผมมีความภาคภูมิใจที่คุณแม่ของผมเป็นคนฝรั่งเศส ผมภูมิใจที่มีส่วนหนึ่งในสังคมปัจจุบัน ที่มีหลายเชื้อชาติ หลายวัฒนธรรม เหมือนกับคนหลายๆ คนที่อยู่บนโลกใบนี้มาจนถึงปัจจุบัน
การที่มีหลายเชื้อชาติ หลายวัฒนธรรมนั้นสร้างให้ผมเจริญเติบโตเป็นผมคนนี้ในวันนี้ได้ ซึ่งผมก็จะมุ่งมั่นและไม่ขอเปลี่ยนแปลงอะไร ผมได้มีสัญชาติ/เชื้อชาติไทย เพราะว่าคุณพ่อของผมได้เกิดที่เมืองไทย เรียนในโรงเรียนไทย และพูดได้ภาษาเดียวคือภาษาไทย
คุณพ่อของผมถูกเลี้ยงดูและเติบโตในประเทศไทยมาตลอด และเขาก็ได้ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ประเทศฝรั่งเศส คุณพ่อของผมแค่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยือนประเทศเวียดนามตอนที่เขาโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทางเลือกนี้ก็ไม่สามารถทำให้พื้นเพของครอบครัวผมเปลี่ยนไป หรือปฏิเสธมันได้
การกีฬาฟุตบอลหรือการแข่งขันทั้งหลาย เช่น เอเชียนคัพ ครั้งนี้ มันทำให้คนรักการกีฬาฟุตบอลหลายๆคน หลายๆประเทศมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ผมอยากพูดข้อความนี้กับคนกลุ่มหนึ่งที่แสดงความเกลียดชัง และความไม่สุภาพออกมา เพียงเพราะว่าข่าวที่กุขึ้นมาหรือข่าวนั้นไม่เป็นความจริง แต่คนกลุ่มนั้นเป็นเพียงคนกลุ่มเล็กๆ.
ผมดีใจกับทีมเวียดนาม และผมก็ดีใจด้วยกับฟุตบอลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สิ่งที่ทำให้ทีมจากอาเซียนทุกทีมแข็งแกร่งขึ้น เราทุกคนควรเป็นกำลังใจให้กันและกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน แล้วเราทีมอาเซียนทุกทีมจะมีความแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นไปอีก เรามาร่วมมือ ร่วมความสามัคคีและความเป็นหนึ่งเดียวกันเถิด เปิดความคิดของเราให้กว้างไกล นี่คือปี 2019 แล้ว ปีไทย 2562...
เซียนพระเชื่อ เหรียญหลวงพ่อคูณ จะราคาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เหรียญหลวงพ่อคูณ / เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 22 ม.ค. ที่ ชมรมอนุรักษ์พระเครื่อง เมืองขอนแก่น นายสุรเดช เขียวศรี หรือพี่เขียว99 อายุ 42 ปี เจ้าร้านเขียว99 เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า
ตนอยู่ในวงการพระมาแล้ว 15 ปี ปกติตนมีความหลงใหลสะสมพระเครื่องหลวงปู่ทวด และหลวงพ่อคูณ
ซึ่งในขณะนี้เหรียญหลวงพ่อคูณ กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งเหรียญหลวงพ่อคูณที่ราคาสูงสุดที่ตนมี คือ เหรียญเงินหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปี พ.ศ.2519
เป็นเหรียญที่ดัง และได้รับความนิยมสูงมาก ด้วยชื่อที่เป็นมหามงคลเชื่อกันว่า บูชาแล้วเสร็จสร้างบุญบารมี เพิ่มพูนฐานะหน้าที่การงาน การเงิน
เหรียญเงินหลวงพ่อคูณ รุ่นสร้างบารมี ปีพ.ศ.2519 ถือว่าเป็นรุ่นแรกที่ผลิตจากวัดบ้านไร่ ได้รับความนิยมสูงสุดในบรรดาเหรียญของหลวงพ่อคูณ โดยตัวเหรียญมีรูปแบบสวยงาม แกะพิมพ์หลวงพ่อคูณนั่งสมาธิได้สวยงามเหมือนจริง มีทั้งหมดเพียง 199 เหรียญ ผมมีอยู่ 1 เหรียญ ราคาในตอนนี้ก็อยู่ 3 ล้านบาทกว่าๆ ก็มีนักเล่นพระมาถามซื้อหลายคน แต่ผมยังไม่อยากขาย ผมเชื่อในอนาคตราคาน่าจะสูงกว่านี้” พี่เขียว99 กล่าวปิดท้าย
อ่านข่าว งานพระราชทานเพลิงหลวงพ่อคูณ...
Thursday, January 17, 2019
สาวโพสต์ระบาย! ไม่จัดงานแต่ง แค่จดทะเบียนสมรส ทำแม่เสียใจ ญาติพี่น้องประณาม
สาวโพสต์ระบาย! ไม่จัดงานแต่ง-แค่จดทะเบียนสมรส ทำแม่เสียใจ-ญาติพี่น้องประณาม
เป็นอีกหนึ่งปัญหาโลกแตก เกี่ยวกับเรื่องของการจัดงานแต่งงาน ที่หลายคนก็มองว่าสมัยนี้ไม่จำเป็น แต่หลายคนก็มองว่ายังคงมีความจำเป็น ล่าสุด สมาชิกพันทิปสาวคนหนึ่งเข้าไปตั้งกระทู้ “ไม่จัดงานแต่ง มันเลวร้ายขนาดนั้นเลยหรอ” บอกเล่าประสบการณ์ส่วนตัวที่ไม่ได้จัดงานแต่งงาน แต่จดทะเบียนสมรสแล้วอยู่กินกับสามี แต่โดนญาติพี่น้องนินทา
โดยเธอระบุว่า
เรื่องมีอยู่ว่า เราตัดสินใจจดทะเบียนสมรสกับสามี แต่ไม่แต่งงาน เพราะมองว่าเป็นการเสียเวลาและสิ้นเปลืองเงินทอง (คบกันเปิดเผย จดทะเบียนกัน พ่อแม่สองฝ่ายรับรู้) เรื่องมาเกิดตอนที่เราตั้งท้อง สามีเขาดีใจ ที่เขาได้ลูกชาย สามีก็ดีใจ ประกาศลงเฟซตัวเองว่าได้ลูกชาย แม่เขาก็ถาม ว่าประกาศหน้าเฟซทำไม แล้วเขาก็บอกเราว่า ญาติเราไปต่อว่าแม่ กล่าวหาว่า แม่ล้มเหลวในการเลี้ยงดูลูก กล่าวหาว่าลูกท้องฝ่ายชายไม่มาสู่ขอ แต่กลับดูหมิ่นเหยียดหยามแม่ด้วยการโพสต์ประจาน (โพสต์ว่าได้ลูกชาย) แต่ลูกสาวกลับเห็นดีเห็นงาม
แม่เราเขาเสียใจมากจนมาตำหนิเรา เราเลยบอกว่าให้แม่แคปที่ญาติเขาด่าแม่เราจะฟ้องร้องญาติเราข้อหาหมิ่นประมาท กลายเป็นแม่เราบอกว่า ไม่มีใครด่าแม่ ไม่มีญาติพี่น้องที่ไหนด่าว่าอะไรใครทั้งนั้น สิ่งที่ทำร้ายแม่คือโพสต์ของสามีเรา (ทำร้ายยังไง เป็นเพราะไม่จัดงานแต่ง ไม่มีสิทธิ์มีลูกหรอ ถ้ามีแปลว่ายอมให้คนอื่นก็เลยมีสิทธิ์พูดเสียๆ หายๆ ได้หรอคะ
สรุปว่าเราผิดที่ไม่จัดงานแต่งเพราะมองว่าสิ้นเปลืองหรอคะ ต้องเปลืองเงิน ต้องลางาน ไปเพื่อจัดงาน ต้องเชิญแขก (ญาติที่แต่ละคนเราก็ไม่ได้อยากจะเชิญ) จริงๆ หรอคะ
เรื่องราวดังกล่าว กลายเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวาง หลายคนเห็นว่า การจัดงานแต่งก็เพื่อหน้าตาของบิดามารดา ไม่จำเป็นต้องจัดใหญ่โต เพราะหลายๆ บ้านยังยึดติดความเชื่อเดิมๆ การจัดงานจะทำให้ท่านสบายใจ ขณะที่หลายคนก็มองว่าไม่ใช่เรื่องจำเป็นแต่อย่างใด...
วิกฤตรุนแรง! ดาราเทวี โรงแรมหรู 6 ดาว สไตล์ล้านนา กำลังล้มละลาย
ดาราเทวี โรงแรมหรู 6 ดาว สไตล์ล้านนา กำลังล้มละลาย
สะเทือนวงการ! เมื่อ ดาราเทวี โรงแรมหรูสไตล์ล้านนา ระดับ 6 ดาว แห่งเมืองเชียงใหม่ กำลังเผชิญภาวะวิกฤตที่เสี่ยงต่อการ ล้มละลาย เนื่องจากประสบปัญหาหนี้สินและการขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่ สุเชฎฐ์ สุวรรณมงคล ผู้ก่อตั้งโรงแรมหรูนี้ ได้ลงทุนปรับโฉมเพื่อเพิ่มความสวยงามให้แก่ตัวโรงแรมนั้น กลับพบปัญหาหนี้สินตามมา เพราะต้องเจอค่าเสื่อมประมาณ 200 ล้านบาท และดอกเบี้ยกว่า 100 ล้านบาทต่อปี
ก่อนที่ นพ.วิชัย ถาวรวัฒนยงค์ ประธานบริษัท IFEC ด้านพลังงาน จะเข้ามาซื้อโรงแรมต่อมูลค่า 2.52 พันล้านบาท หุ้น 1.66 พันล้านบาท และ หนี้สิน 860 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นการซื้อที่มีภาระหนี้จำนวนมาก
แม้ในช่วงปลายปี 2560 ได้นำโรงแรมเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่ก็ไม่สามารถพลิกวิกฤตของโรมแรมได้ เนื่องจาก เกิดปัญหากันระหว่างผู้ถือหุ้นของบริษัทเดิม
ด้านพนักงานดาราเทวีต่างทยอยลาออกกว่า 100 คน พื้นไม้สักทองซึ่งถือเป็นจุดเด่นของโรมแรมถูกเอาออก แถมยังมีการปิดตัว ร้านขนมของโรงแรมอย่าง ดาราเทวีมาการอง สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตโรงแรมล้านนาสุดหรูนี้ที่กำลังเข้าสู่การ ล้มละลาย อย่างน่าใจหาย
อ่านบทความฉบับเต็ม
ขอบคุณข้อมูลจาก moneybuffalo...
FootNote ใครจะเป็น‘เจ้าทุกข์’ กล่าวโทษรายการ Good Monday
คล้อยหลังการปรากฏของ Good Monday เพียงไม่กี่วันก็เริ่มมีคำถามถึง “กกต.” แล้วว่า สมควรมีท่าทีอย่างไร เพราะอาจเป็นคุณและเป็นโทษกับบางพรรคการเมือง
ต้องชมว่าต่อกรณีนี้กกต.เป็น “มวยหลัก”
มันขึ้นอยู่กับการตีความ จะให้มาตอบในขณะนี้คงไม่ได้ยก เว้นเป็นคดีขึ้นมาเราก็จะไปตรวจสอบ
นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะร้องเรียน
เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็ดี ล้วนยืนยันว่า
ไม่ฟัง ไม่ให้ความสนใจ
คำถามอยู่ที่ว่าพรรคพลังประชารัฐสนใจหรือไม่ พรรครวมพลังประชาชาติไทยสนใจหรือไม่
หากประเมินจาก “เนื้อหา” ที่สำแดงผ่านรายการ Good Monday เมื่อวันจันทร์ที่ 14 มกราคม ก็ยากเป็นอย่างยิ่งที่จะร้องเรียน กล่าวโทษ
ต่อให้เป็น “หัวหมอ” จากฝ่ายกฎหมายคสช.ก็ยากส์
ไม่ว่าจะมองผ่านประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ไม่ว่าจะมองผ่านพรบ.คอมพิวเตอร์
เพราะว่าเป็นการพูดถึง “หุ่นยนต์”
เพราะว่าเป็นการพูดถึงชาวนายุคใหม่อาจใช้”หุ่นยนต์”ช่วยในการเพิ่มผลผลิต
เพราะว่าเป็นการพูดถึง”นวัตกรรม”ทาง”การแพทย์”
เรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหา กลายเป็นประเด็นก็ต่อเมื่อนำเอา
เนื้อหาของรายการ Good Monday ไปวางเรียงเคียงกับที่มีปรากฏผ่านรายการคืนวันศุกร์เท่านั้น
เรื่องนี้จะกลายเป็นปัญหาหากว่าความนิยมของรายการวัน จันทร์มีเหนือกว่ารายการวันศุกร์
นั่นย่อมส่งผลสะเทือนต่อพลังประชารัฐ
คำถามมิได้อยู่ที่ว่า Good Monday มีผลต่อการเลือกตั้งหรือไม่ หากแต่ยังอยู่ที่ว่าหากจะ DELETE รายการออกไปจากระบบจะทำอย่างไร
จะเจรจาอย่างไรกับ “พอดคาสท์” อันเป็นแอพลิเคชั่นของบริษัท “แอปเปิ้ล
นั่นคือปัญหาของคสช. ปัญหาของรัฐบาล...
Wednesday, January 16, 2019
อี๊ฟ พุทธิดา เล่านาทีผ่าคลอด ‘น้องมีบุญ’ ต้อย เศรษฐา เห่อ ดีใจหลานหน้าคล...
อี๊ฟ พุทธิดา เล่านาทีผ่าคลอด ‘น้องมีบุญ’ ต้อย เศรษฐา เห่อ-ดีใจหลานหน้าคล้าย!
วันที่ 16 ม.ค. ที่ ห้องประชุมบัญชา ล่ำซำ ชั้น6 อาคาร2 โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท ดาราสาว อี๊ฟ พุทธิดา ศิระฉายา คุณแม่มือใหม่ พร้อมด้วย ต้น เติมศักดิ์ ศักดาพร สามี ตั้งโต๊ะแถลงข่าวหลังให้กำเนิดลูกชายคนแรก ด.ช.ศักดาพร ศิระฉายา หรือ ‘น้องมีบุญ’ ด้วยน้ำหนักตัว 2,265 กรัม ความยาวตัวแรกเกิด 47 เซนติเมตร เมื่อวันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการผ่าคลอดก่อนกำหนด 9 วัน
โดย อี๊ฟ เล่าถึงสาเหตุคลอดก่อนกำหนด ว่า “จริงๆ เรามีแพลนที่จะผ่าคลอดอยู่แล้ว เราดูฤกษ์ไว้เป็นวันที่ 19 ม.ค. แต่คืนนั้นพอดีไม่มีคนอยู่เลย ทั้งคุณพ่อและสามี อยู่กันแค่อี๊ฟกับคุณแม่ และน้องสาวต้น อาการมันเริ่มจากที่มีน้ำผสมเลือดไหลออกมา เป็นสีชมพูจางๆ มาก คือตอนที่เรามาอบรมที่โรงพยาบาลก็ดูแล้วว่า มันไม่ใช่อาการน้ำเดิน เราก็ไม่แน่ใจว่ามีความผิดปกติอะไรหรือเปล่า และตั้ง 9 วันก่อนจะถึงกำหนด แต่พอรอไปครึ่งชั่วโมง ก็มีอาการมดลูกบีบตัว เราก็ไม่รู้จัก ไม่เคยเป็น แต่เรารู้ว่ามันปวดผิดปกติจากที่เคยปวด รอเป็นชั่วโมงก็ไปปลุกแม่ ถามว่าอาการแบบนี้เราเป็นอะไร แม่ก็บอกไม่รู้เหมือนกัน เลยโทรไปที่โรงพยาบาล ทางนี้ก็แนะนำให้มาโรงพยาบาลเลย คือตอนนั้นเรายังไม่ได้คิดว่าจะคลอด คิดว่าอาจจะเป็นสัญญาณเตือนมากว่า พอมาถึงเขาก็ส่งไปที่ห้องคลอด พยาบาลก็มาบอกว่า ถ้ามีการบีบตัวที่สม่ำเสมอจะขอตรวจปากมดลูก พอตี 4 พยาบาลก็ขอตรวจปากมดลูก ก็ปรากฎน้ำเดินเลยช่วงนั้น คุณหมอบอกว่าประมาณ 7 โมงจะทำการผ่าคลอด ซึ่งจริงๆ เราจะคลอดเองก็ได้แต่ที่ไม่คลอดเองเพราะหัวคิดอะไรไม่ออกแล้ว อาการของการเจ็บท้องทำให้ไม่อยากพูดอะไรเลย ถึงขนาดเอาหัวกระแทกที่กั้นเลย เจ็บมากจริงๆ รักแม่ขึ้นมาเลย เลยทำให้เรามีประสบการณ์ทั้งสองอย่าง เพราะบางคนถ้าผ่าก็จะไม่เจอมดลูกบีบตัวเลย แต่เราได้เจอไปหน่อยนึงอาจจะยังไม่พีคสุด”
ต้น สามี เผยว่า “ผมก็มารู้ตอนที่น้องสาวโทรมาตอนตี 4 ตอนนั้นใจตกตุ๊บ(หัวเราะ) แน่นอนว่าอี๊ฟจะคลอดแล้ว คือเราแพลนไว้แล้วว่าจะคลอดวันที่ 19 ผมก็แพลนไว้ว่าจะเข้าไปในห้องคลอด แล้วต้องตัดสายสะดือให้ได้ เพราะลูกชายคนแรก ตอนนั้นก็คิดอะไรไม่ออกเหมือนกัน น้ำตาก็ร่วง คิดว่าทำยังไงดีที่จะกลับให้เร็วที่สุด ตอนนั้นอยู่ประจวบฯ ก็เลยให้น้องสาวช่วยหาไฟท์ว่าไฟท์ไหนเร็วที่สุด ทางนี้ก็บอกว่าน่าจะคลอดเลทๆ หน่อย เพราะอี๊ฟเขาบอกว่าจะรอ สุดท้ายตอนอยู่บนเครื่องเปิดดูโทรศัพท์ก่อนที่จะปิดเป็นไฟลท์โหมด น้องสาวก็พิมพ์มาพอดีว่าคลอดแล้วนะ ตอนนั้นพนักงานบนเครื่องก็เดินมาบอกว่าปิดโทรศัพท์ด้วยนะคะ จบเลยตอนนั้น(หัวเราะ) ทำอะไรไม่ได้แล้ว พอมาได้เห็นหน้าลูกก็คิดว่าเขาคลอดออกมาปลอดภัยก็ดีแล้ว(ยิ้ม)”
อี๊ฟ “ตอนแรกก็คิดว่าจะอั้นรอนะคะ แต่มันไม่ได้จริงๆ(หัวเราะ) ตอนแรกเราคิดว่า 7 โมงน่าจะเลทๆ หน่อยน่า เขาอาจจะมาทันพอดีลูกร้องแว๊ก็ได้ ก็ภาวนาให้มันเป็นอย่างนั้น ซึ่งตอนอยู่ในห้องคลอด คนที่เข้าไปอยู่เป็นเพื่อนคือน้องสาวพี่ต้น ก็เลยได้มีวิดีโอให้เห็นในไอจี แต่ตอนนั้นบล็อกหลังแล้ว ตัวมันชาไปหมด ไม่รู้สึกอะไรเลย ก็เลยนอนชิลมาก แต่คุณหมอลงมีดก็ไม่รู้สึกอะไรเลย
ตอนนี้น้องมีอาการยังไงบ้างพราะคลอดก่อนกำหนด
อี๊ฟ “ก็จะมีกลูโคสต่ำ ภาวะน้ำตาลต่ำ แล้วก็อุณหภูมิร่างกายของเขาน้อยไปหน่อย เพราะฉะนั้น 2 วันแรกน้องต้องเข้าตู้อบ เพราะว่าตัวเล็กและตัวเย็น แต่หลังจาก 2 วันก็ปกติดี และมีภาวะตัวเหลืองนิดหน่อย คุณหมอก็ให้ดูอาการโดยการส่องไฟ ซึ่งตอนนี้ก็ดีขึ้นแล้ว”
เห็นหน้าลูกครั้งแรกรู้สึกยังไง
อี๊ฟ “ความรู้สึกแรกคือได้ยินเสียงเขามากกว่า ตอนได้ยินแว๊แรกรู้สึกว่าเขามาแล้ว ตอนเห็นเขาเราก็ยังง่วงๆ นะ แต่ก็สบายใจที่เห็นเขาสมบูรณ์ พอรู้ว่าสมบูรณ์ดี ปลอดภัยแข็งแรงดี ไม่มีอะไรที่เราต้องเป็นห่วงลุกขึ้นมา เราก็หลับเลย เพราะว่าให้ยา”
ต้น “สำหรับผมมาถึงตอนเกือบๆ จะ 10 โมงแล้ว เห็นครั้งแรกนี่เกือบยกมือไหว้แล้ว อ้าวพ่อตานี่เอง(หัวเราะ) คือหน้าคล้ายพ่อตามาก อีกอย่างโชคดีที่ตาสองชั้น เพราะผมตาชั้นเดียว เขาตาสวย(ยิ้ม) ส่วนทำไมถึงตั้งชื่อ ‘น้องมีบุญ’ เพราะทางเราตกลงกัน เพราะผมเองก็ชอบ ชื่อเป็นสิริมงคลดี เราก็คิดว่าเราโชคดีมีบุญที่น้องเขามาเกิดเป็นลูกเรา
อี๊ฟ “และเราก็คิดว่าน้องเขาก็โชคดีมีบุญที่ได้มาเกิดเป็นลูกเราด้วยเหมือนกัน จริงๆ แล้วชื่อนี้มาจากที่ว่าพ่อเขาใช้ชื่อ ต้นบุญ ในไอจีในอะไรต่างๆ แล้วต้นเขาก็ชอบทำบุญ อี๊ฟก็ชอบทำบุญ ทีนี้เราก็ต้องการชื่อไทยที่เป็นชื่อเล่นที่เรียกได้ทุกชาติแล้วไม่เพี้ยน เพราะเดี๋ยวนี้เด็กก็ต้องเรียนโรงเรียนอินเตอร์ ต้องมีเพื่อนต่างชาติเราก็พยายามหาชื่อที่ไม่มีวรรณยุกต์เพื่อที่เสียงจะได้ไม่เพี้ยนเวลาเรียก อี๊ฟก็เลยบอกว่าชื่อ มีบุญ ก็น่าสนใจนะ พ่อเขาก็ชอบ ก็เลยตั้งกันไว้ล่วงหน้าแล้วค่ะ”
ต้น “ส่วนชื่อจริงคือ ศักดาพร ซึ่งคือนามสกุลของผมเอง ส่วนนามสกุลเขาก็คือ ศิระฉายา เป็นนามสกุลของภรรยาครับ(ยิ้ม) ก็คือ ด.ช.ศักดาพร ศิระฉายา ครับ”
ทำไมถึงมีความคิดตั้งชื่อนี้
อี๊ฟ “เพราะเคยคุยกันตั้งแต่แรกๆ แล้ว ต้องยอมรับว่าบ้านสามีใจดีมาก ทั้งคุณพ่อ คุณแม่สามีใจดีและเปิดกว้างมากๆ คือเราเคยพูดกันว่าถ้ามีหลานสักคนนึง อยากให้ใช้นามสกุล ศิระฉายา สักคนเพราะพ่อต้อย(เศรษฐา ศิระฉายา) ก็สร้างนามสกุลนี้เอาไว้ แต่ก็ไม่มีใครสืบต่อแล้ว เพราะอี๊ฟเป็นคนสุดท้ายและเป็นลูกสาว ก็จะไม่มีคนสืบสกุลแล้ว แต่ไม่ได้คิดว่าจะเป็นลูกชายคนแรกนะคะ แค่คุยกันว่าอยากให้ได้ใช้สักคนนึง ทีนี้พอท้องและรู้ว่าเป็นลูกชายแล้ว ทางคุณพ่อสามีก็บอกว่าคนแรกให้ใช้เลย เพราะว่าเป็นผู้ชาย ก็ขอบคุณค่ะ(ยกมือไหว้)”
ต้น “ต้นเองก็มีน้องชาย อย่างน้อยน้องชายผมก็คงมีลูกแหละ(หัวเราะ) แล้วก็ยังมีน้องสาวด้วย ก็ยังมีตัวช่วยอยู่”
อี๊ฟ “ป่ะป๊าก็เลยบอกว่าคนแรกก็ให้ใช้ได้เลย ทีนี้พอใช้ ศิระฉายา ก็มาตกที่ชื่อจริงว่าจะใช้ชื่ออะไร แต่คุยกันไปคุยกันมาเราก็รู้สึกว่าลูกเป็นหลานคนแรกของทุกคน ก็เลยอยากให้มีอะไรที่เป็นของทั้งสองนามสกุล ก็เลยเป็น ศักดาพร ค่ะ(ยิ้ม)
ได้อุ้มลูกกันบ้างหรือยัง
อี๊ฟ “อี๊ฟได้อุ้มแล้ว เพราะต้องให้นม ก็กลัวนะ เพราะเขาตัวเล็กมากเลย ตัวก็นิ่มไปหมด แต่ยังไงก็ลูกเรา ถึงกลัวก็ต้องทำ”
ต้น “ผมก็พออุ้มได้ครับ แต่เหงื่อแตกพลั่กๆ เลย(ยิ้ม) เราก็พยายามฟิตตัวเองเพื่อจะมาอุ้มลูกโดยเฉพาะ แต่กลายเป็นว่าพอเขาตัวเล็ก เราก็กลัวว่าจะจับแรงไปหรือเปล่า ที่สำคัญที่สุดคือตรงคอ เพราะคอเขายังไม่แข็ง เกร็งมากครับ(หัวเราะ)”
อี๊ฟ “แล้วพยาบาลก็พาไปสอนให้อาบน้ำ วันแรกอี๊ฟก็ไปอาบ วันถัดไปก็ให้คุณพ่อเขาไปอาบ เพราะเราตกลงกันแล้วว่า อี๊ฟท้อง คุณพ่อเลี้ยง”
ต้น “ก็หัดแล้วครับ หัดพาลูกลงอ่าง(หัวเราะ)”
ปู่-ย่า ตา-ยาย ว่ายังไงบ้าง
ต้น “ปู่ย่าก็เห่อ ทำอะไรไม่ถูกเหมือนพ่อนี่แหละ(หัวเราะ)”
อี๊ฟ “คุณตาก็ใจจะขาด เพราะตอนนั้นคุณตาไปเยอรมันยังไม่กลับ ก็ไลน์มาตลอดว่าอยากเห็นแล้ว ยิ่งเพื่อนที่มาเยี่ยมทุกคนจะบอกว่าเหมือนตาต้อยๆ ส่วนคุณย่ามาเฝ้าทุกวันค่ะ มาอยู่เป็นเพื่อนอี๊ฟ ส่วนคุณยายก็ไปๆ มาๆ เพราะที่บ้านไม่มีใครอยู่เลย ก็จะได้มาเยี่ยมทุกคนกันเต็มๆ คือเมื่อวาน(15ม.ค.) ก็ได้อุ้มถ่ายรูปกัน”
หลังจากนี่ต้องดูแลยังไงบ้าง เพราะช่วงนี้บ้างเรามีฝุ่นละองเยอะ
อี๊ฟ “ก็ต้องรอคุณหมออนุญาตเรื่องออกจากโรงพยาบาลด้วยค่ะ เพราะถ้ายังมีอะไรที่เราต้องกังวลอี๊ฟก็ไม่อยากเทียวไปเทียวมา ก็ตัดสินใจที่จะอยู่จนสุขภาพของเขาเรียบร้อย ทั้งฉีดวัคซีนอะไรด้วย ส่วนที่บ้านก็เตรียมพวกเครื่องกรองฝุ่น กรองอากาศไว้บ้างแล้ว แต่ด้วยความที่มันกระทันหันนิดนึงก็เลยยังไม่ค่อยเรียบร้อย ซักผ้าตากก็ไม่ได้ ฝุ่นติดอีก ก็คงต้องเตรียมให้เรียบร้อยให้มากที่สุดก่อนค่ะ พวกเครื่องอบผ้า แล้วถึงจะพาน้องกลับบ้านค่ะ”
คุณหมอบอกต้องดูแลอะไรเป็นพิเศษมั้ยสำหรับน้อง
อี๊ฟ “เขาก็จะมีเรื่องของน้ำหนักตัว จริงๆ เขาไม่ได้มีปัญหาเรื่องน้ำหนักน้อยนะคะ แต่เป็นเกณฑ์น้ำหนักของเขาตอนอยู่ในท้อง 37 สัปดาห์ คือตามน้ำหนักของเขาเลย เพียงแต่ว่าเขาเกิดเร็ว ก็เลยดูน้อยไปหน่อย แต่โดยสุขภาพทั่วไปของเขาแข็งแรง ร้องเสียงดังและทานเก่งมาก คุณแม่ก็โชคดีมากที่ผ่าก่อนกำหนด แต่ก็มีน้ำนมตั้งแต่วันแรกเลย พอลูกกระตุ้นปุ๊บก็มีเลย โชคดีมาก น้องกินเป็นเลย ถึงแม้ว่าต้องตัดพังผืดใต้ลิ้น เพราะว่าพังผืดอยู่ด้านหน้ามากก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการกินเท่าไหร่ เพียงแต่ที่เราตัดสินใจเพราะถ้าเขาโตไปแล้วอาจจะทำลำบาก คุณหมอก็แนะนำให้ทำเลย เพราะถ้าโตไปแล้วเส้นประสาทมันทำงานมากขึ้น เขาจะต้องวางยาสลบในการทำ เราเลยคิดว่าถ้าเด็กๆ เขาทำง่ายก็ทำเลย ตอนนี้ก็ไม่ต้องวางยา เพราะมันนิดเดียวจริงๆ เส้นเลือดมันยังไปเลี้ยงตรงจุดนี้ยังไม่มากนัก มันก็จะใช้เวลาน้อยมาก ตัวอี๊ฟเองก็ไม่มีอะไร มีแค่กรดไหลย้อน เพราะพอผ่าเสร็จก็กินเยอะ(หัวเราะ) ระบบข้างในเราคงปรับตัวไม่ทัน ก็เลยเจอกรดไหลย้อนเล่นงานไปไม่ได้นอนเลย 2-3 วัน”
ของรับขวัญลูกมีหรือยัง
อี๊ฟ “ตัวเองไม่มีค่ะ ใจคิดว่าถ้าเรารับขวัญตอนนี้น่าจะสนองตัวเองมากกว่า ก็มีแต่เตรียมความพร้อมไว้ให้เขา คือของทุกอย่างของเขาเราเตรียมไว้ให้หมดแล้ว และก็อาจจะต้องมีพยาบาลไปช่วยดูแลในเบื้องต้นก่อน แต่ก็ขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยม และขอบคุณทุกคนที่มีของมาให้หลาน ของเยอะมากเลย มีบุญมีบุญจริงๆ มีคนรักเยอะมาก มีคนให้ความเอ็นดูกับลูกเยอะมากๆ พี่ๆ บางท่านที่ไม่ค่อยได้เจอกันก็ยังมาหาและเอาของมาให้ถึงที่ เราในฐานะพ่อแม่ก็ดีใจมากๆ อี๊ฟก็ทำเหมือนที่พ่อแม่เคยทำไว้ให้เรา คือทำเกสต์บุ๊คไว้ให้ ทุกคนที่มาก็จะมีรูปติดอยู่ในเกสต์บุ๊ค โตไปเขาจะได้มาอ่าน อี๊ฟเคยอ่านของตัวเองอี๊ฟยังรู้สึกว่ามันน่าซาบซึ้งมากเลยที่เราเกิดมาแล้วมีคนมาหาเรา มาหาพ่อแม่เราเยอะแยะ ก็คิดว่าอันนี้แหละเป็นของขวัญที่พ่อแม่จะได้ให้กับเขาในอนาคต และเป็นสิ่งที่เราย้อนกลับมาทำไม่ได้ (ยิ้ม)”
ข่าวเกี่ยวข้อง : อีฟ-พุทธิดา คลอดลูกชาย ‘น้องมีบุญ’ เพื่อนดารา แห่ร่วมยินดี
ด้าน เปี๊ยก อรัญญา นามวงศ์ กล่าวถึงหลานคนแรกว่า “ตอนเห็นหลานครั้งแรกก็ดีใจค่ะ(ยิ้ม) เหมือนลูกเราเลย ไม่รู้สิ รูปหลานที่เห็นรูปแรกเหมือนอี๊ฟเลย แต่วันอื่นเขาก็จะเหมือนคนนั้นคนนี้อยู่”
ส่วน ต้อย เศรษฐา ศิระฉายา เผยว่า “ตอนนั้นผมอยู่ที่เยอรมัน เพราะกำหนดคลอดเขาวันที่ 19 เราก็คิดว่าวันที่ 14-15 เราก็กลับแล้ว ก็น่าจะทัน แต่พอถึงวันรู้ว่าเขาปลอดภัยดีทั้งแม่ทั้งลูก เราก็สบายใจครับ ยังไงก็ต้องกลับมาเจอ ก็ไม่ถึงกับกระวนกระวายนะ ชินแล้ว(ยิ้ม) แต่ก็คอยถามตลอดว่าเรียบร้อยดีหรือเปล่า เพราะเราก็เคยชินกับเหตุการณ์ตรงนี้มา เพราะตอนยัยอี๊ฟเกิดก็น้ำหนักแค่ 2,100 เอง นี่ยังโตกว่าเลย(หัวเราะ) ส่วนที่คนบอกหลานหน้าเหมือนผม (หัวเราะ)ก็ดีใจนะครับถ้าหลานมีส่วนที่เหมือนเราบ้าง แต่ถามว่าเห่อมั้ย เห่อนะ เหมือนเป็นความสำเร็จอะไรของเราสักอย่าง ซึ่งตั้งแต่เล็กมาเราฝันอยากจะเป็นอะไรเราก็ได้เป็น ฝันว่าจะมีเมียก็มีนะครับ (หัวเราะ) พอมีเมียเสร็จก็ฝันว่าจะมีลูก ก็ได้ลูก ก็ฝันต่อไปว่าเราได้หลานแล้ว ตอนนี้ก็รออยู่ว่าจะฝันได้เหลนมั้ย(หัวเราะ) อายุจะถึงหรือเปล่าไม่รู้ (ยิ้ม)”
หลานใช้นามสกุล ศิระฉายา ด้วย
เศรษฐา “ก็ดีใจครับ ก็เห็นเขาคิดชื่อกันอยู่นานนะครับ เราก็ไม่ค่อยกล้าไปเสนออะไรมาก เพราะมันเป็นชีวิตของเขา ตอนที่อี๊ฟเกิดผมก็ตั้งชื่อเองหมดนะ เราก็อยากให้พ่อแม่เขาได้ร่วมกันตั้งชื่อลูกให้ดีก็แล้วกัน พอเขาบอกว่าพ่อชื่อนี้ดีมั้ย นามสกุลนี้ดีมั้ย เราก็บอกว่าดีมาก(ยิ้ม) อยากจะจูบพ่อมันเหลือเกิน(หัวเราะ) เพราะพ่อเขาเป็นคนคิด เก่งมาก”
อยากได้หลานอีกสักคนมั้ย
อรัญญา “เขากำหนดว่าเขาจะมีอีกนะคะ ก็ดีใจนะ(ยิ้ม)”
เศรษฐา “เขาบอกว่าอยากได้ผู้หญิงอีกสักคนนึง ซึ่งเราก็คิดแบบนั้นเหมือนกันครับ ผมว่าเขายังสุขภาพดีทั้งสองคน แข็งแรง ก็คิดว่าน่าจะมีได้อีกสักคนนึง แต่ก็ไม่ควรจะมีเกินสองคนแล้วล่ะ เลี้ยงกันไม่หวาดไม่ไหวแล้วเนอะ (ยิ้ม)”
Tuesday, January 15, 2019
ไอจีลุกเป็นไฟ! ‘กระแต อาร์สยาม’ เต้น Cover ‘น้องลิซ่า’ Blackpink
ไอจีลุกเป็นไฟ! ‘กระแต อาร์สยาม’ เต้น Cover ‘น้องลิซ่า’ Blackpink
หลังจากนักร้องสาว กระแต อาร์สยาม เผยแพร่คลิปท่าเต้นลงในไอจี krataersiam8 โดยระบุว่า S W A L L A dance Lisa solo stage? แท็กเพื่อนมาเต้นกัน ป้ามีเวลาแกะท่าแค่ 1 ชม. ก็จะหล่กๆหน่อย555 ติ่งอย่าว่าป้าน้า?ป้าเน้นซาดิส ไม่ถนัดแบ๊ว55 ขอเกาะติดกระแสน้องลิซ่าจั้กหน่อยนะฮะ
ต่อมาปรากฎว่า ไอจีแทบแตก เมื่อมีผู้เข้ามาคอนเม้นต์จำนวนมาก ซึ่งบางส่วนได้ต่อว่าด้วยคำหยาบคาย จนเจ้าตัวต้องต้องออกมาขอโทษ พร้อมระบุ ไม่กล้าแล้วค่ะ ไม่กล้าเต้นเพลงของ Blackpink แล้ว ซึ่งสาวกระแต ได้เขียนระบาย ว่า ขอระบายหน่อย…รู้สึกนอยมากจิงๆ แตขอโทษนะคะ ที่แตไปเต้น Cover น้องลิซ่า คือตอนนี้ #ไม่กล้าแล้วค่ะ ไม่กล้าเต้นเพลงของ Blackpinkแล้ว
แต่ละเม้น… (ขอโทษที่ใช้คำหยาบนะคะ) ว่าให้แตเป็น…สก๊อย…โคโยตี้…ดูต่ำ…ดูไม่แพง…ฯลฯบลาๆ (นี่แค่ส่วนนึงนะ-“-) ใดๆก็ตามที่ เหยียดแต ด่าแต ดูถูกแต คือ อยากถามว่า แตไปทำอะไรให้ค้าบบบบ เอาจิงๆ แตแค่อยากลองเต้นตามน้องเล่นๆเอง (ซ้อมแค่ 1 ชม.จะเอาอะไรกับป้าลูกเอ้ย!) คือ เห็นคนรักน้องเยอะ เราก็ชื่นชมและรักน้องไม่ต่างกันหรอกค่ะ เพราะเห็นเป็นคนไทยด้วยกัน ยิ่งติดตามยิ่งอยากให้กำลังใจ คือ ก็อยากเต้นตามน้องบ้างแค่นั้นเอง
แต่นี่ ด่ากันยับ ดูถูกแต กันสนุกปาก ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไม คือ เป็นคุณโดนด่าแบบนี้จะรู้สึกไงอ่ะ ปล.เพิ่มเติม ขอโทษแฟนคลับดีๆของน้องด้วยนะคะ คือ ไม่ได้เหมารวมนะคะ แต่ต้องไปดูเองว่า เม้นกันเยอะมาก ไม่ใช่แค่ที่เห็นนะคะ ซึ่งแค่อยากบอกว่าน้อยใจ แค่นั้น ไม่ได้จะโยงให้ใครไม่ชอบน้อง ไม่เกี่ยวกันเรยอย่าโยงเรย คือ เข้าใจว่าแฟนคลับดีๆก็มีค่ะ
คลิปที่เพจหลายๆเพจลง ก็เป็นคลิปโฆษณาตามเพจ คือแอดมินดูแลเพจและทีมงานแต ก็มีหลายคน แตก็ไม่ได้เช็คหรือรู้อะไรเลย ว่าเค้าลงอะไรบ้างแต่ละวัน
ถ้าพี่แตทำอะไรละทำให้เหล่าBlinkไม่พอใจพี่ขอโทษนะคะ อยากให้คนไทยรักกัน อยากให้คนไทยสนับสนุนกัน อยากให้คนไทยไม่ดูถูกกัน อยากให้ทุกคนมีกำลังใจที่ดีให้กัน น่าจะทำให้บ้านเราพัฒนาขึ้นนะคะ น้อยใจมากบอกเลย
ขณะที่แฟนคลับของนักร้องสาว ได้แห่ให้กำลังใจสาวกระแต จำนวนมากเช่นกัน...
ชาวบ้านผงะ! งูจงอางยักษ์ ซุกใต้ท้องรถ เชื่อเป็นงูเทพเจ้า แห่ตีเลขเด็ดป้ายทะเบียน
งูจงอางยักษ์ – วันที่ 13 ม.ค. เจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊ง อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งจาก นายสมบูรณ์ เกศอ่อน อยู่บ้านเลขที่123 ม.4 ต.บ้านลำนาว ว่ามีงูจงอางยักษ์เข้าไปซุกอยู่ใต้ท้องรถกระบะ จากนั้นเจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งบางขัน จึงนำอุปกรณ์จับสัตว์เลื้อยคลานรีบเข้าให้การช่วยเหลือ
เมื่อไปถึงที่บ้านหลังดังกล่าว พบนายสมบูรณ์ เจ้าของบ้านและครอบครัวอยู่ในอาการตื่นตระหนก เมื่อตรวจสอบรถกระบะ อีซูซุ ตอนครึ่ง สีเงิน ทะเบียน ผช-2189 นครศรีธรรมราช จอดอยู่หน้าบ้าน พบงูจงอางขนาดใหญ่ซุกอยู่ใต้ท้องรถกระบะ โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลากว่า 10 นาที พยายามจับหางงูจงอางแล้วดึงออกมาแต่ก็ไม่สามารถนำออกมาจากใต้ท้องรถได้
ไม่พลาดโชค เลขเด็ด งวดนี้ แค่กดเป็นเพื่อนกับ ไลน์ข่าวสดหวย
เพิ่มเพื่อน
ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ให้นายสมบูรณ์ ขับรถยนต์ไปจอดที่เนินดินข้างต้นยางพาราเพื่อจะได้จับง่ายกว่าจอดหน้าบ้าน จนสามารถจับงูจงอางออกมาได้อย่างทุลักทุเล วัดขนาดความยาวประมาณ 4-5 เมตร ท่ามกลางความโล่งอกของชาวบ้านที่มามุงดูกันเป็นจำนวนมาก ก่อนเจ้าหน้าที่นำไปปล่อยชาวบ้านยังบอกอีกว่าให้อาบน้ำทาแป้งก่อน ตามความเชื่อว่างูจงอางหรือ “งูบองหลา” เป็นงูเทพ มาเพื่อให้โชคลาภแก่ชาวบ้าน
นายสมบูรณ์ เจ้าของรถกระบะ กล่าวว่า รถของตนเองจอดอยู่ที่หน้าบ้าน ก็ได้เห็นมีงูจงอางตัวใหญ่มาก ซึ่งไม่เคยเห็นตัวใหญ่ขนาดนี้มาก่อนซุกอยู่ใต้ท้องรถเป็นเวลานานไม่ยอมออกไปไหน จึงแจ้งให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิใต้เต็กตึ๊งมาช่วยเหลือจับไปปล่อยคืนสู่ป่าธรรมชาติต่อไป ในขณะชาวบ้านที่มามุงดูได้พากันตีเลขทะเบียนรถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นเลขเด็ดเพื่อซื้อหวยในงวดที่จะถึงนี้ตามความเชื่อในเรื่องโชคชะตา...
‘ยิ่งลักษณ์’ ชวนแฟนคลับฟัง Good Monday บอกพี่ชายเล่าสนุก ไอเดียพุ่งกระฉูด
ยิ่งลักษณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก ชวนประชาชนฟังรายการ Good Monday เผยได้แนวความคิดหลายมุม ฟังพี่ชายเล่าเรื่องยังรู้สึกสนุกทุกครั้ง เชื่อใครได้ฟังจะเกิดแรงบันดาลใจ-ไอเดียใหม่ๆ ระบุต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง
เมื่อวันที่ 15 ม.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยระบุว่า “ดิฉันนั่งฟังและอ่านแนวความคิดของพี่ชายผ่านเว็บไซต์ Thaksin Official คอลัมน์ “GOOD MONDAY รับมือกับการเปลี่ยนแปลงของโลกกับดร.ทักษิณ ชินวัตร” ที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อวานได้แนวความคิดหลายมุมมองทีเดียวค่ะ
ดิฉันเองเป็นน้องสาว แต่เวลาพี่เล่าเรื่องที่ไปพบคนนั้นคนนี้ เจอสิ่งใหม่ๆของประเทศนั้นประเทศนี้ยังชอบฟังและรู้สึกสนุกทุกครั้งอย่างไม่มีเบื่อ ทำให้มีแนวความคิดใหม่ๆทั้งด้านเทคโนโลยี เศรษฐกิจ ตลอดจนวิธีการที่จะรับมือกับโลกที่กำลังเปลี่ยนไปในทุกๆวัน
เกาะติดข่าวการเมืองข่าวเลือกตั้ง แค่กดเป็นเพื่อนกับไลน์ข่าวสด ที่นี่
เพิ่มเพื่อน...
สยองจระเข้เขมือบนักวิทย์สาวทั้งเป็น พุ่งโดดกำแพงลากลงบ่อ
สยองจระเข้เขมือบนักวิทย์สาวทั้งเป็น พุ่งโดดกำแพงลากลงบ่อ
สยองจระเข้เขมือบนักวิทย์สาวทั้งเป็น – วันที่ 14 ม.ค. มิร์เรอร์ รายงานเหตุสะเทือนขวัญในอินโดนีซีย จระเข้ยักษ์ ลำตัวยาวกว่า 5 เมตร กระโดดข้ามกำแพง แล้วลากนักวิทยาศาสตร์หญิงขณะให้อาหาร ลงไปในบ่อแล้วจัดการเขมือบทั้งเป็นจนเสียชีวิต ทางเหนือของเกาะซูลาเวซี
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันศุกร์ที่ 11 ม.ค. ขณะที่ เดซี ตูโว อายุ 44 นักวิทยาศาสตร์ประจำศูนย์วิจัย CV Yosiki Laboratory ให้อาหารเจ้า “เมอร์รี่” จระเข้ตัวยักษ์ เป็นก้อนเนื้อสดๆ แต่แล้ว จระเข้ตัวดังกล่าวได้ยืนขาหลัง แล้วข้ามกำแพงคอนกรีตสูง 2.4 เมตร ดึงตัวเดซีลงไปในสระน้ำตื้นในบ่อของมัน
ViralPress
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิจัย CV Yosiki Laboratory ทราบเหตุการณ์สยดสยองตอน 8.45 น. หลังสังเกตวัตถุประหลาดในน้ำ จากนั้นเห็นจระเข้บนพื้น และศพของเดซีอยู่ในปากของมัน ในสภาพแขนซ้ายฉีกขาด และร่างกายท่อนบนของนักวิทย์หญิงถูกขย้ำจนขาดวิ่น
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่กู้ภัยระดมกำลังเพื่อดึงร่างของเดซีออกมาจากจระเข้ แต่จระเข้ก็หวดอย่างรุนแรงทุกครั้งที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเข้าใกล้มัน ก่อนจะถูกจับมัดขึ้นรถพ่วงเพื่อนำไปตรวจสอบเป็นการยืนยันว่าจระเข้กินชิ้นส่วนอวัยวะของเดซีหรือไม่
เมอร์รี่ สุพิต อดีตเพื่อนร่วมงาน เล่าว่า เดซีเป็นหัวหน้าห้องปฏิบัติการแห่งนี้ เป็นคนเงียบครึม ส่วนเพื่อนๆ สับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จระเข้ปกติแล้วกินเนื้อไก่ ปลาทูน่า และเนื้อวัว ซึ่งจะต้องสดใหม่ เนื่องจากจะไม่กินเนื้อสัตว์แช่แข็งหรือตายมาแล้ว 2-3 วัน
เออร์ลิง รูเมนกัน เพื่อนร่วมงานอีกคน เผยว่า ตอนมองไปที่สระจระเข้ก็สงสัยว่าวัตถุบางอย่างลอย ปรากฏว่าเป็นศพของเดซี เพื่อนๆ ไม่กล้าแตะต้องศพ และแจ้งตำรวจทันที เป็นไปได้ว่าจระเข้กระโดดออกมาจากข้างกำแพง ส่วนศพยังคาปากจระเข้ อาจเป็นเพราะว่าจระเข้ยังอิ่มอยู่
เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์วิจัยระบุว่า เจ้าเมอร์รี่เป็นจระเข้ก้าวร้าว เคยมีประวัติทำร้ายและฆ่าจระเข้ตัวอื่นที่อยู่ในสระด้วย จากนี้ไป เจ้าเมอร์รี่จะถูกเคลื่อนย้ายไปที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าในเขตบิตุงเพื่อดำเนินการตรวจสอบกระเพาะอาหารของจระเข้ต่อไป
ตำรวจกำลังติดตามเจ้าของจระเข้ตัวดังกล่าวหลังเกิดเหตุ เชื่อว่าเป็นนักธุรกิจชาวญี่ปุ่นที่เปิดศูนย์วิจัย แต่เจ้าตัวไม่อยู่ที่นั่นขณะเกิดเหตุ และไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน นอกจากนี้ ตำรวจต้องการทราบว่า นักธุรกิจชาวญี่ปุ่นครอบครองจระเข้และอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ หากไม่ได้รับอนุญาตก็จะถูกควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง: สยองจระเข้พุ่งงับ หญิงวัย45เดินเล่นกับหมาไม่รอด ถูกลากลงบึงดับ...
ฟัง หนุ่ม กรรชัย หากอยู่จุดเดียวกับ สงกรานต์ จะไปงานวันเกิดลูกมั้ย-แห่คอมเมนต์สนั่น
หัวอกคนเป็นพ่อ – หนุ่ม กรรชัย ทำเอาชาวโซเชียลแห่คอมเมนต์ หลังเผยความรู้สึกถึงกรณี สงกรานต์ เตชะณรงค์ ที่กำลังถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์กรณีไม่ไปร่วมงานวันเกิด น้องปีใหม่ ลูกสาว โดยบอกว่า ไม่อยากไปให้เสียบรรยากาศ ไปแล้วเก้ๆ กังๆ
เสียบรรยากาศ สงกรานต์ แจงไม่ไปงานลูก แอฟ เชิญ ตอบดราม่าวันเด็ก แมท โชว์เหนือ!!
อ่าน แห่แชร์ แมท โพสต์เปิดตัวคู่ สงกรานต์ เทียบภาพ แอฟ วันครบรอบแต่งงาน ร้านคุ้นๆมั้ย
อ่าน โดนใจ แอฟ ทักษอร ตอบกลับในไอจี ครั้งแรก เรื่อง สงกรานต์
โดย หนุ่ม กรรชัย เผยความคิดเห็นในรายการหนึ่งว่า กรณีถ้าต้องแยกกันกับภรรยา แล้วมีการจัดวันเกิดลูก จะไปไหม ต้องบอกก่อนว่าความคิดคนเรามันไม่เหมือนกัน คุณสงกรานต์ก็อาจจะมีความคิดแบบนั้น แต่ถ้าเป็นตัวผมเองผมไป คือ ผมรู้สึกว่า นั่นคือลูก และเป็นวันเกิดของลูก ซึ่งใน 365 วัน มันคือวันเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับชีวิตลูกผม
ฉะนั้นการที่ผมจะมานั่งห่วงความรู้สึกของคนอื่นว่า เดี๋ยวคุณแม่ คุณตาคุณยายเขาจะหมดสนุก หรือผมจะหมดสนุก ผมไม่คิดอย่างนั้น ผมจะทำยังไงก็ได้ ผมจะเสแสร้งยังไงก็ได้ ทำให้ชีวิตลูกผมมีความสุขที่สุดในวันนั้นเท่านั้นเอง ผมจะไม่สนใจว่าเดี๋ยวไปแล้วงานเขาจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ มันจะไม่สนุก ผมไม่สน ยิ่งรู้แบบนี้ เราต้องยิ่งทำให้ลูกเรามีความสุข เราถึงต้องไป นี่คือมุมของผม แต่มุมของคนอื่นผมไม่รู้
โดยหลังชาวเน็ตเข้าไปฟังมุมมองความเห็นของหนุ่ม กรรชัย แล้วต่างก็แห่คอมเมนต์แสดงความคิดเห็นว่า ชอบคำตอบหนุ่ม กรรชัย มาก , นี่ละคือความเป็นพ่อและแม่ ให้ลูกของแท้ ยิ่งลูกขาดยิ่งต้องเติมให้วันของเขาได้อบอุ่นที่สุด , เอาความรู้สึกลูกมาก่อน เยี่ยมมากเลย เป็นต้น...
ฝน ธนสุนทร ช็อกเสียสติ ร้องไห้ ถูกยกเค้าบ้านทั้งหลัง!? ไม่เครียดป่วย-พร้อมเสมอความตาย
ถึงขั้นช็อกเสียสติ ร้องไห้หนัก – ลูกทุ่งสาว ฝน ธนสุนทร กับเรื่องถูกยกเค้าบ้านทั้งหลัง ยันไม่เครียดกับโรคแพ้ภูมิตัวเองพร้อมเสมอกับความตาย
อ่าน ให้หวยถูกบ่อย!! งวดนี้ ลูกทุ่งดัง‘ฝน ธนสุนทร’โพสต์ภาพรถหรูอีกคัน-เซียนหวยได้เลขเด็ด
อ่าน ‘ฝน-ธนสุนทร’ห่วงแม่ป่วย!! ลิ้นแข็ง-แขนขาอ่อนแรง ดูวิธีรักษาอาการ-ทำแม่หัวเราะใหญ่(คลิป)
โดย ในรายการบัดดี้ตีไข่ เจเน็ท เขียว เพื่อนสนิท มาแฉความลับ ความโก๊ะ ลูกทุ่งสาว ที่ช็อกหนักมากคิดว่าบ้านถูกยกเค้า กว่าจะรู้ความจริงว่าเข้าบ้านผิดหลัง โดยเพิ่งไปซื้อบ้าน วันหนึ่งกลับมา พบว่าบ้านว่างเปล่า คิดว่าถูกยกเค้า สมบัติไปหมด ไม่เหลือแม้ต้นไม้ ก็ร้องไห้หนัก แทบเสียสติ
จนแม่บ้านได้ยินเสียงร้องไห้ตกใจ ช็อกเสียสติของฝน รีบออกมาดู พร้อมตะโกน บ้านเราหลังนี้ แล้วบ้านข้างๆ เป็นบ้านตัวอย่าง เท่านั้นแหละ รู้เรื่องเลย
ขณะที่ แม่เตือนใจ แม่บุญธรรมที่ดูแลฝนเรื่องเสื้อผ้า สนิทสนมกันมา 20 ปี ก็มาเซอร์ไพรส์ แฉความลับ ฝนอยากมีลูกมาก ซื้อลิงมาเลี้ยงหมดเงินเป็นล้าน อยากได้แบบขำกลิ้งลิงกับหมา มีหมา 14 ตัวแล้ว เลยอยากได้ลิง ได้ลิงพันธุ์ล็กมาโมเสท ตัวเล็กน่ารักมาเลี้ยง ตายทุกตัว ก็เอาไปสวดบังสุกุล ร้องไห้เสียใจมาก
ส่วนเมื่อถามว่า จริงหรือไม่ที่เครียดกับโรคแพ้ภูมิตัวเอง ฝนยืนยันว่า ไม่เครียดกับการเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเอง แต่เครียดคนรอบข้างที่เครียดกว่า เพราะ....
Saturday, January 12, 2019
นก วนิดา น้องบูม เปิดใจ หลัง ชูษี ประกาศตัดขาดพ่อลูก เผยเหตุสะเทือนใจรับ...
นก วนิดา-น้องบูม เปิดใจ หลัง ชูษี ประกาศตัดขาดพ่อลูก เผยเหตุสะเทือนใจรับไม่ได้
วันที่ 9 ม.ค. ที่ สตูดิโอช่อง วัน ตึกแกรมมี่ ตลกสาว นก-วนิดา แสงสุข ควงลูกสาว บูม-ชญาภา พงศ์สุภาชาคริต ออกมาแถลงข่าวโต้ อดีตสามี ชูษี เชิญยิ้ม ออกมาแถลงข่าวตัดขาดพ่อลูก สาเหตุจากที่ลูกสาวมีพฤติกรรมที่ก้าวร้าว และรับว่ามีปัญหาเรื่องเมียเก่าเมียใหม่
มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น ทำไมถึงขั้นคุณพ่อต้องออกมาประกาศตัดขาด
นก “มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นยาวนานอย่างที่พี่ษีเขาบอก เกิดขึ้นจากว่าพี่ไปเล่นกันบนเวทีกับพี่ษี ภรรยาเขารู้สึกว่ามันเล่นกันเกินไป ไม่พอใจกับการที่เราเล่นแบบนี้ค่ะ ซึ่งมันเป็นการเล่นบนเวที แต่ถามว่าพอลงจากเวทีมาแล้ว พี่กับพี่ษีเราก็คนละมุมเลยนะ เราไม่เคยที่จะมานั่งคุยกันมากมายเลย
นก “ ก่อนหน้านี้น้องปอเป็นคนดีค่ะ และเขาก็เป็นคนบอกกับษีเองว่าให้เอาพี่นกกับบูมมาร่วมงานสิ มาทำงานด้วยกัน เราก็ร่วมกันมาหลายปีเลยนะคะ จนมาช่วงหลังที่ปอเขารู้สึก เขาบอกว่าเขาไม่ได้หึงนะคะ เพียงแต่เขาไมพอใจที่เล่นกันแบบนี้ เขารู้สึกไม่ให้เกียรติเขา แต่พี่ก็ได้เคลียร์ไปแล้ว
บอกไปว่ามันเป็นการทำงานอย่างหนึ่ง แล้วก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาปอก็เห็นอยู่ว่าพี่กับพี่ษีเล่นหน้าเวทีก็เป็นแบบนี้มาตลอด ไม่ใช่ว่าเราเพิ่งจะมาเล่นช่วงหลังนะคะ แต่อาจจะเพราะว่าในช่วงหลังมีการไลฟ์สดขึ้นมา ก็เลยทำให้ปอรู้สึกว่าไม่ให้เกียรติเขา แต่การไลฟ์สดพี่ไม่ได้เป็นคนไลฟ์ พี่เป็นคนอยู่บนเวที พี่ก็เคลียร์กับปอแล้วเขาก็บอกโอเคเข้าใจ อย่างที่คุยกับบูมอาจจะไม่มีใครอธิบายให้เขาเข้าใจ”
ที่บอกว่าเล่นกันนัวเนีย ถึงเนื้อถึงตัวขนาดไหน ?
นก “เหมือนพี่ษีร้องเพลงและเราก็เป็นแดนซ์เซอร์เต้น ก็ต้องมีถูกเนื้อถูกตัวกันอยู่แล้วเป็นเรื่องธรรมดา แต่ไม่ได้ถึงกับไปโอบกอดขนาดนั้น”
ระหว่างที่เคลียร์กัน พี่ชูษีได้ทราบไหม ?
นก “พี่ษีรู้ ณ วันแรกที่น้องปอโทรมาหาพี่ษีว่า ทำไมพี่ต้องเล่นกันแบบนี้ หนูไม่ชอบ พอพี่รู้ว่าเขาทะเลาะกัน พี่ก็โทรหาปอ ณ วันนั้นเลยว่า มีอะไร ทำไมต้องทะเลาะกัน พี่ได้ยิน ปอก็บอกว่าพี่ไปบอกกับพี่ษีเลิกกับหนูไปเลยดีกว่าถ้าทำแบบนี้ พี่ก็ให้ใจเย็นๆ ค่อยๆ อธิบายว่าเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งพี่รับรู้ได้ว่ามันเกิดจากพี่ เขาก็อธิบายว่าหนูไม่ชอบให้เล่นแบบนี้ พี่ไม่ให้เกียรติหนู
ณ วันนั้นพี่ก็ได้อธิบายไปแล้วในโทรศัพท์ ถ้ามันเป็นประเด็นมาจากพี่ พี่ขอโทษแล้วกัน แต่อย่าถึงกลับต้องเลิกรากันเลย พี่ก็ถือว่าพี่เคลียร์แล้ว คุยกับปอเรียบร้อยแล้ว ก็จบ แต่พอปล่อยระยะเวลาผ่านมา กลายเป็นพี่ษีมาบอกว่า วนิดาต้องเข้าไปเคลียร์กับปอนะ พี่ก็เลยมีความรู้สึกทำไมต้องเคลียร์อีก ในเมื่อเราก็คุยโทรศัพท์กันแล้ว จะต่อความยาวสาวความยืดอะไรกันในเมื่อมันจบแล้ว ซึ่งก็กลายเป็นเรื่องสะสมกันมา”
นก “ทางเราเจอกับพี่ษีบ่อย แต่กับปอไม่เคยเจอ จะเจอก็อยู่งานหนึ่งที่งานวันเกิดคุณโอบะ ที่กาญจนบุรี ครั้งแรกที่เจอหลังจากที่โทรคุยนะ ปอเขาไม่คุยกับเรา จากที่เมื่อเจอกัน เขาจะเข้ามาสวัสดี ชวนมานั่งด้วย แต่วันนั้นเขาเฉยเมย และไม่คุย ไม่ไหว้เรา รวมถึงไม่ไหว้แม่เราด้วยมันไม่เหมือนปกติ เราก็รู้แล้วว่าปอยังไม่ได้เลิกคิดเรื่องนี้นะ เพราะเขาก็แสดงอาการแบบนี้ออกมา แต่พี่ก็เข้าใจ พี่ก็เลยไม่เข้าไปเคลียร์ไม่เข้าไปคุย เพราะพี่ว่าพี่อธิบายตั้งแต่ต้นแล้ว ถ้าน้องเข้าใจ น้องต้องเข้าใจ”
แล้วทำไมน้องบูมต้องโยงให้มาเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย เพราะทางชูษีบอกว่าปัญหาเกิดมาจากความก้าวร้าวของลูก
บูม “ตั้งแต่เกิดเรื่องราวทั้งหมดหนูรับทราบมาตลอด พี่ๆ คงจะได้ดูจากหน้าเฟสบุ๊กของหนู หนูไม่ได้มีการตอบโต้อะไรผ่านเฟสบุ๊กของหนูเลย ตั้งแต่ที่คุณพ่อโพสต์คลิปขึ้นมานะคะ เพราะหนูมองว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องในครอบครัว เราสามารถที่จะเคลียร์กันได้
หนูก็เพียงแค่รอระยะเวลาให้ทุกอย่างมันเจือจางและเข้าไปเคลียร์ แต่ ณ วันนี้ ประเด็นเรื่องราวทั้งหมดมันเกิดมาจากความผิดของหนู (เสียงสั่น) และเป็นสิ่งที่อยู่บนพื้นที่ของสื่อแล้ว หนูก็คงต้องออกมาพูดเพื่อที่จะให้ความจริงมันปรากฏขึ้น”
บูม “ต้นเหตุเกิดจากความผิดของหนู ที่หนูมีความรักและเคารพบุพการีของหนู ณ ที่นี้หนูหมายถึง ไม่ว่าจะเป็น พ่อ แม่ ตา หรือยายของหนูก็ตาม ถ้าหนูได้รับรู้รับเห็น หรือทราบว่าใครก็แล้วแต่ที่เป็นบุคคลคนภายนอกมาล่วงล้ำก่ำเกิน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ หรือวิธีใดก็แล้วแต่ ในความเป็นลูก หนูก็ยอมไม่ได้ และมีการแสดงออกถึงความไม่พอใจ
แต่บังเอิญว่าชนวนเหตุการณ์ในครั้งนี้ ความผิดของหนูในครั้งนี้คือ คนที่มาล่วงล้ำก้ำเกินแม่และยายของหนูเป็นภรรยาใหม่ของพ่อนะคะ (ร้องไห้) หนูก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะทำให้พ่อทุกข์ใจหรือกระทบกระเทือนจิตใจ ถ้าเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้พ่อเสียใจในการกระทำ คำพูด หรืออะไรของหนูที่ทำให้พ่อรู้สึกผิดหวังและเสียใจตรงนี้ หนูขอกราบขอโทษพ่อตรงนี้เลยค่ะ กราบขอโทษพร้อมน้ำตา
ที่เราก้าวร้าวเพราะไปเห็นข้อความในโทรศัพท์ของปอ ภรรยาใหม่พ่อ ที่เขาด่าแม่กับยายใช่ไหม
บูม “ค่ะ แต่หนูขอแยกประเด็นนะคะ หนูไม่ขอพูดถึง แล้วก็ในส่วนของเรื่องภรรยาใหม่ของพ่อ คือพี่ปอ หนูก็ของแยกส่วนออกมาก เพราะประเด็นหลักที่เกิดขึ้น เกิดจากตัวหนู ที่พ่อไม่พอใจพฤติกรรมการแสดงออกในความที่หนูทนไม่ได้ กับคนที่มาล่วงล้ำก่ำเกินแม่และยายของหนูเท่านั้น
เราบอกว่ามีพฤติกรรมก้าวร้าว เพราะเจอภรรยาใหม่ของพ่อทำไม่ดีกับแม่กับยาย แต่ว่าพ่อบอกว่าเรามีพฤติกรรมก้าวร้าวมาเป็นปีแล้ว
นก “แม่ว่าไม่มีนะ เพราะว่าไปตามงานด้วยกัน ตลกทุกคนก็จะรักบูม รักเรารักพี่ษีอยู่แล้ว เราคิดว่าทุกคนคิดว่าบูมเป็นลูกหลาน ถ้ามันมีพฤติกรรมอย่างนั้นจริงๆ มันต้องมีสักคนที่ดึงไปพูด ถามว่ามีไหม มี แต่อันนั้นเป็นพฤติกรรมที่บูมลงเหมือนคุยกับเพื่อน
การคุยกับเพื่อนมันก็อาจจะมีอย่างโน้นอย่างนี้ แต่พฤติกรรมก้าวร้าวของบูมที่ลงในเฟซไม่มีเลย จะมีก็แต่เป็นโพสต์ที่ทำให้พี่ษีรู้สึกว่าไม่พอใจ (โชว์หลักฐานโพสต์ในเฟซบุ๊ก) ที่เอามาให้ดูไม่ใช่อะไรนะ แค่อยากให้ดูว่ามันเป็นการก้าวร้าว หรือมีคำหยาบคาย หรือเอ่ยถึงใครชัดเจนหรือเป
บูม “โพสต์นี้ ทุกวันนี้ก็ยังเป็นโพสต์สาธารณะอยู่ในเฟซหนู ยังไม่ได้ลบออกไป อันนี้มันเป็นโพสต์หลังจากที่หนูไปเห็นข้อความในไลน์ส่วนตัว ซึ่งอันนี้หนูก็ยอมรับว่าหนูเสียมารยาท ที่เข้าไปดูไลน์ของพี่ปอ แล้วก็ไปเห็นข้อความต่างๆ แล้วก็มีความรู้สึกเสียใจ เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมา ที่ผู้ใหญ่เกิดปัญหากัน พ่อ แม่ พี่ปอ พี่ปอไม่เข้าใจแม่ แต่พี่ปอก็ยังคุยกับหนูอยู่ตลอดเวลา แล้วพอหนูไปเห็นข้อความเหล่านี้ มันก็รับไม่ได้”
ข้อความอะไรที่เราเห็นแล้วสะเทือนใจจนรับไม่ได้
บูม “หนูไม่ขอพูดถึงนะคะ ขออนุญาตไม่พูดถึง ไม่ขอต่อหรือตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น หนูขอแยกส่วนเอาไว้ ในวันนี้หนูอาจจะมีความเชื่ออีกแบบหนึ่ง (เสียงสั่น) จากข้อมูลที่หนูได้รับมา ซึ่งความเชื่อเหล่านั้นมันอาจจะขึ้นอยู่กับประสบการณ์และการที่ได้สัมผัสสิ่งเหล่านั้นมา
แล้วพ่อก็อาจจะมีความเชื่ออีกแบบหนึ่งในมุมมองของพ่อ ซึ่งมันอาจจะต่างกันตรงนี้ หนูไม่ขอเอาเป็นข้อโต้แย้งหรือเอาชนะใดๆทั้งสิ้น หนูขอยอมรับความผิดทั้งหมดไว้ค่ะ(ร้องไห้) ถ้าหนูจะผิดเพราะหนูปกป้องแม่ และยาย ที่หนูรับไม่ได้กับสิ่งเหล่านี้ แล้วเกิดพฤติกรรมแบบนี้ออกมาทำให้ผู้ใหญ่หลายๆท่านไม่พอใจ หรือกระทบกระเทือนจิตใจ หนูกราบขอโทษค่ะ
มีการทะเลาะกันไหม พ่อบอกว่าเราบล็อกเฟซบุ๊กพ่อ และคำพูดในแชทที่บอกว่า พ่อหนูรู้นิสัยพ่อ ว่าพ่อเป็นคนยังไง แต่พ่อต้องรู้นิสัยหนูด้วย ซึ่งประโยคนี้พ่อเขารู้สึกว่า เราจะสู้กับเขา
บูม “หนูว่าพ่อเขาตีความหมายผิด แต่หนูไม่โทษนะคะ ถามว่าคำพูดเหล่านั้น มันมีจริง แต่หนูชี้แจงกับพ่อ เพราะว่าหนูโทรแล้วพ่อไม่รับ แล้วหนูก็ได้อธิบายชี้แจงออกไปว่า พ่อ ตัวหนูเป็นยังไง พ่อก็น่าจะรู้ดี ณ ที่นี้หนูหมายถึงว่า ตลอดระยะเวลา 27 ปี ในความเป็นลูก ชูษี และ นก วนิดา (ร้องไห้สะอื้น) หนูไม่เคยทำตัวเสื่อมเสียให้พ่อและแม่ต้องเป็นที่หนักใจและอับอาย
หนูถูกอบรมจากยายและตา ตั้งแต่ยังเด็ก ให้มีความรักเท่าเทียมทั้งพ่อและแม่ สัดส่วนที่เสมอกันเลยค่ะ เพียงแต่ว่าหนูอยู่กับฝั่งแม่ พ่ออาจมองว่าหนูรักแม่มากกว่า แต่ในวันนี้ ถึงแม้ว่ามีใครก็ตาม มาล่วงล้ำก่ำเกินพ่อ หนูก็ยอมไม่ได้เหมือนกัน
เหตุผลที่เราบล๊อกเฟซบุ๊กพ่อเกิดจากอะไร
บูม “หนึ่งพ่อไม่ฟัง สองพ่อพูดว่าต่อไปนี้นะ ต่างคนต่างอยู่ หนูไม่ขอลงรายละเอียดเยอะ ในความรู้สึกของหนู หนูคิดว่าหนูจะเป็นตัวปัญหาหรือเปล่า ที่ไปทำให้ครอบครัวของพ่อ หรือพ่อต้องหนักใจ ตัดไป บางทีหนูโพสต์เฟซอะไร แล้วคนเรามันคิดได้หมด บางทีหนูก็ไม่ได้มีเจตนาจะว่าหรืออะไร บางทีเราแชร์ข้อความอะไร ก็เป็นการตัดไฟแต่ต้นลม เราเห็นไฟอยู่ข้างหน้า เราเอาฟืนออกมา ไม่ให้ไฟมันลามไปกว่านี้ มันแค่นั้นเอง
นก “ในช่วงเวลานั้นบูมลงอะไร เขาก็คิดว่าไปแขวะเขา ก็เลยกลายเป็นว่า ไม่ต้องเห็นกันดีกว่า มันเป็นความคิดที่ตรงกันข้าม อย่างพี่ษีเขาคิดว่าบูมจะเอาชนะ ถ้าพี่คิดว่าหนูกับลูกจะเอาชนะ ออกมาพูดครั้งนี้เพื่อชวนทะเลาะ เอาชนะมันไม่ใช่นะพี่นะ
หนูก็มีกันแค่ 3 คนแม่ลูก ถ้าจะเอาชนะพี่ หนูแพ้ตั้งแต่คิดแล้ว ที่ออกมาพูดในครั้งนี้ หนูใช้หน้าที่ของคนเป็นแม่ ปกป้องลูกบ้าง ที่โดนกล่าวหาว่าเป็นเด็กที่ก้าวร้าว ไปด่าคนในเฟซบุ๊ก มีคำหยาบคาย มันไม่มีค่ะ บูมเป็นเด็กที่ดีมาตลอด ตั้งแต่เล็กจนโต บูมไม่เคยมีพฤติกรรมที่ทำให้พ่อแม่หนักใจ ไม่เคยทำให้พ่อแม่ต้องเดือดร้อนเลย”
จากคำพูดเมื่อวานที่ชูษีบอกว่าถ้าวันนี้พูดไม่ตรง กับเขาจะเอาตายแน่ ได้ยินคำพูดนี้แล้วรู้สึกยังไง
นก “รู้สึกว่าก็แล้วแต่เขาถ้าเราออกมาพูดความจริง แล้วความจริงมันจะทำให้เราตาย เราก็จะยอมตาย เพราะเราเองก็ไม่ได้พาดพิงใคร เราให้คำตอบตามคำถาม และเป็นคำตอบที่เป็นความจริงทั้งหมด เราพูดความจริง ซึ่งเขาเป็นพ่อเขาจะฆ่าลูกเขาก็ทำได้แต่เราว่าเขาไม่ทำหรอกเพราะเรื่องมันไม่ได้ร้ายแรงอะไรขนาดนั้น
แล้วที่ชูษีออกมาประกาศตัดขาดไม่ต้องเป็นพ่อลูกกันกับบูม บูมรู้สึกยังไง
บูม “มันก็เสียใจ (เสียงสั่นเครือ) ทุกวันนี้หนูยังไม่เลิกร้องไห้เลย ด้วยซ้ำ ในความรู้สึกของคนเป็นลูก มันมีความรู้สึกว่าเราผิดมากขนาดนั้นเลยหรอกับการที่… (ร้องไห้)”
เรื่องราวที่เกิดขึ้นมันเกิดมานานแค่ไหนแล้ว
นก “นับตั้งแต่เรื่องของเรากับปอก็เกือบปีเหมือนกันนะ ถามว่าที่ผ่านมาพยายามที่จะปรับหรือแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นไหม ทำไมถึงปล่อยให้มันสะสมเรื้อรัง จริงๆมันไม่น่าที่จะเป็นปัญหาเรื้อรังเพราะระหว่างเรากับปอคือไม่ได้เจอกันอยู่แล้ว”
แล้วส่วนที่พี่ชูษีบอกว่า ภรรยาใหม่เขาโทรหาและไลน์หานกตอนปีใหม่แต่ไม่ยอมตอบ
นก “อันนี้ก็ถูก จำได้ว่าเขาโทรหาเราวันที่ 27 ธันวาคมตอนประมาณตี 3 เราบอก เรายอมรับว่าเราไม่รับโทรศัพท์ เพราะเราไม่รู้ว่าการโทรครั้งนี้ จะโทรมาด้วยเรื่องอะไร เขามีปัญหากับพี่ษี แล้วจะโทรมาอะไรกับเราหรือเปล่า แต่อีกใจนึงก็มีคิดว่าเขาอาจจะโทรมาดีก็ได้ ลึกๆ บอกเลยว่าหลังจากที่เราได้เห็นไลน์ที่เขาคุย กับอีกคนนึง มันทำให้เรารู้สึกว่าลับหลังเราเขาก็ยังอคติกับเราอยู่
เราเลยเลือกที่จะไม่รับดีกว่า การที่เราไม่รับเพราะเราอยากจบเรื่องนี้ด้วยการเฉยนิ่งการนิ่งของเราไม่ได้หมายถึงว่า เราไม่ได้อยากคุยกับเขา มันไม่ใช่แต่เราแค่ไม่อยากให้คนกลางอย่างพี่ษี ต้องมาหนักใจ ซึ่งถ้าการที่เขาโทรมาแล้วมันเกิดมีอะไรที่ต้องโต้แย้งหรือทะเลาะกันอีก คนหนักใจคือพี่ษีเพราะเป็นคนกลางเราจึงเลือกที่จะเฉยมากกว่าแต่การที่เราเลือกที่จะเฉยแล้วมันมีประเด็นขึ้นมาแล้วบาปไปตกกับลูก ความผิดทุกอย่างมันมาตกที่ลูกมันก็ไม่ใช่
บูมคิดที่จะเข้าไปขอโทษพ่อไหมเพราะพ่อก็บอกว่าพร้อมที่จะรับคำขอโทษ
บูม “เอาจริงๆหนูก็พูดตรงๆตั้งแต่ดูคลิป ที่พ่อไลฟ์หนูก็มั่นใจว่ายังไงพ่อก็ตัดหนูไม่ได้หรอก ความเป็นพ่อเป็นลูก ซึ่งหนูเองก็ตัดพ่อไม่ได้เหมือนกัน ไม่ว่าวันนี้พ่อจะตายลงไป หรือว่าหนูจะตายลงไป หนูก็ยังเป็นลูกพ่อ และความเป็นลูกก็ยังอยู่กับหนูเสมอหนูพูดกับยายว่าถ้าจะให้หนูเข้าไปขอโทษพ่อหนูเข้าไปขอโทษพ่อได้อยู่แล้ว หนูไม่ได้มีทิฐิหรือจะเอาชนะอย่างที่พ่อคิดการที่หนูขอโทษพ่อหรือขอขมาพ่อหนูทำมาตลอดอยู่แล้ว”
บูมคิดที่จะเข้าไปขอโทษพ่อไหมเพราะพ่อก
บูมคิดที่จะเข้าไปขอโทษพ่อไหมเพราะพ่อก็บอกว่าพร้อมที่จะรับคำขอโทษ
บูม “เอาจริงๆหนูก็พูดตรงๆตั้งแต่ดูคลิป ที่พ่อไลฟ์หนูก็มั่นใจว่ายังไงพ่อก็ตัดหนูไม่ได้หรอก ความเป็นพ่อเป็นลูก ซึ่งหนูเองก็ตัดพ่อไม่ได้เหมือนกัน ไม่ว่าวันนี้พ่อจะตายลงไป หรือว่าหนูจะตายลงไป หนูก็ยังเป็นลูกพ่อ และความเป็นลูกก็ยังอยู่กับหนูเสมอหนูพูดกับยายว่าถ้าจะให้หนูเข้าไปขอโทษพ่อหนูเข้าไปขอโทษพ่อได้อยู่แล้ว หนูไม่ได้มีทิฐิหรือจะเอาชนะอย่างที่พ่อคิดการที่หนูขอโทษพ่อหรือขอขมาพ่อหนูทำมาตลอดอยู่แล้ว”
แล้วทำไมถึงยังไม่เข้าไป
บูม “เพราะมันยังแรงอยู่และความรู้สึกของหนูก็ยังน้อยใจหนูอยากรอระยะเวลาให้ตัวหนูเองพร้อม”
จากวันนั้นถึงวันนี้ได้มีโอกาสเคลียร์กับพ่อบ้างหรือยัง
นก : “มีค่ะ บูมกับพ่อกับปอเขาคุยกันมาตลอดอยู่แล้ว แต่พอเราเริ่มรู้ว่ามันจะมีปัญหาจากที่พี่ษี ออกมาไลฟ์ครั้งแรกเลยก็มีการคุยกันแม่ลูกว่าเพื่อความสบายใจของพี่ษีก็จะเข้าไปเคลียร์ซึ่งหมายถึงตัวเรา จะพากันเข้าไปเคลียร์เพื่อเขาจะได้สบายใจ ก็กะว่าจะไปเคลียร์กับปอด้วย แต่ตอนนั้นเราบังเอิญยังอยู่ที่งานต่างจังหวัดยังไม่มีเวลาที่จะไปก็รอว่าเดี๋ยวกลับมาแล้วจะเข้าไปเคลียร์แต่เขาก็มาไลฟ์ย้ำอีกๆ
จนตอนนี้สังคมมองว่าบูมเป็นเด็กที่ก้าวร้าวเป็นเด็กที่เลวร้ายมากเลยเราก็เลยบอกลูกว่าถ้าอย่างนั้นแม่ไม่เคลียร์แล้วนะแม่ไม่คุยแล้วเพราะถ้าเข้าไปคุยคนที่รู้สึกดีคือพี่ษี ที่ว่าแม่กับพี่ปอพอดีกันแล้ว โอเคกันแล้ว แต่สังคม ยังมองว่าบูมเป็นเด็กที่ไม่ดีก้าวร้าวใครจะมาแก้ตรงนี้ให้ลูกเรา เราเลยเลือกที่จะไม่เคลียร์ ก็เฉยกันไป เพราะการเฉยของเราไม่ได้เคยไปสร้างปัญหาให้เขา เพราะเราก็ไม่เคยไปแขวะ ไม่เคยไปสร้างปัญหาอะไรเลยต่างคนต่างอยู่ เราคิดแบบนี้ เพราะจากเหตุการณ์ที่เจอมาคือเขาก็เลือกที่จะไม่คุยกับเรา”
ตอนนี้มันกลายเป็นปัญหาระหว่างพ่อกับลูก การที่ไม่ไปเคลียร์มันก็ยิ่งจะทำให้คนมอง บูมในแง่ไม่ดี แล้วจะหาทางออกให้เรื่องนี้ยังไง
บูม “ทางออกของเรื่องนี้หนูเองคิดไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ว่ายังไงหนูก็จะเข้าไปขอโทษพ่ออยู่แล้ว เพียงแต่ว่าวันนี้มันไม่ทัน เพราะตอนนี้ทุกอย่างมันมาปรากฏอยู่ต่อหน้าสื่อหมดแล้วไม่ใช่ว่าหนูจะมาเอาชนะหรืออะไรหนูขอพูดตรงๆ ว่าอย่างที่พ่อพูด เรื่องครอบครัวมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนทุกวันนี้มันมีแต่เจ็บกับเจ็บ มันไม่มีใครชื่นชมเราหรอก พอโดนว่าหนูก็โดนว่าแม่ก็โดนว่าเจ็บปวดด้วยกันทั้งคู่อยู่แล้ว มันเป็นเรื่องในครอบครัวแล้วครอบครัวของเราก็ไม่ได้เป็นครอบครัวที่ดูดีมันมีแต่จะทำร้ายกันมากกว่า”
มีกำหนดเวลาไหมว่าจะเข้าไปหาพ่อวันไหน
บูม “ต้องรอดู อะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้พ่อสบายใจหนูก็พร้อมที่จะทำหมด”
มีอีกเรื่องที่พ่อเขารู้สึกว่าบูมไปก้าวร้าวตลกหญิง ส.
บูม “เหมือนอย่างที่หนูชี้แจงไปตั้งแต่ต้น ว่าใครก็แล้วแต่ที่มาทำพฤติกรรมล่วงเกินบุพการีของหนู หนูขอยืนยันว่าไม่ได้มีการทะเลาะวิวาทกันในงานไม่มีเพียงแค่หนูมาโพสต์ระบายในเฟซบุ๊คของหนูตรงนี้ถ้ามันทำให้รู้สึกไม่ดีหนูก็ขอโทษ”
ได้ระบุไหมว่าหมายถึงใคร
บูม “โพสต์นั้นถ้าเกิดคนที่ไม่ได้อยู่ในงานจะไม่รู้เลยว่าใคร”
แต่ตอนนี้ทุกคนก็ตีความไปหมดแล้ว
บูม “ตัวเขารู้ค่ะ จากแช็ตไลน์ที่เห็นค่ะ”
เราไม่บอกว่าใคร
นก ตอบว่า “อย่าที่พี่ษีเขาบอกว่าเรื่องแบบนี้พูไม่ได้ มันจะเสียกันหมด ถ้าจะให้บอกว่าใคร คงต้องถามพี่ษี”
ชูษีบอกว่าไม่อยากให้ว่าเขาคนนั้น เพราะเป็นคนที่มีพระคุณกับตัวเรา
นก ตอบว่า “อันนี้มันเป็นพฤติกรรมของเขา ในงานของโอบะ เขาอยู่ข้างใน พี่กับแม่อยู่ข้างนอก แล้วเขาก็เดินออกมาตรงที่แม่นกนั่งอยู่ อาจจะมีกิจกรรมทำอะไรกัน อยู่ๆเขาก็มาตบโต๊ะ แล้วชี้หน้าแม่เรา แม่นั้นแหล่ะ แล้วก็ค้อนสะบัดออกไป มีคนเห็นพฤติกรรมตรงนั้นเยอะมาก ตอนนั้นบูมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ร้องไห้เดินออกมาหานกข้างนอก แล้วก็บอกว่าทำไมเขาต้องตบโต๊ะแล้วชี้หน้ายายด้วย ยายหนูทำอะไรผิด จบแค่นี้
พี่ษีก็เดินมา แล้วถามว่าเรื่องอะไรกัน แม่นกก็เล่าให้เขาฟังพี่ษีบอกว่าเดี๋ยวเคลียร์ให้ พี่ษีก็เดินหายเข้าไป ก็ไม่รู้ว่าเคลียร์หรือไม่เคลียร์จนถึงปัจจุบันนี้ ไม่มีการทะเลาะกัน ถ้าทะเลาะกันไม่ใช่บูมต้องเป็นนก แต่นี้ไม่ได้ทะเลาะกันเลย ไม่เคยติดใจ เพราะว่าน้องของ ส. ยังเดินมาบอกบูมว่าบอกยายด้วยนะอย่าคิดมาก เพราะ ส. เขาเมา เราไม่ได้คิดมาก แต่พฤติกรรมก้าวร้าวของลูก การลงเฟซบุ๊ค ไม่ได้เอ่ยชื่อ พี่ษีบอกว่าเอยชื่อ หรือว่าด่าเขาทั้งตระกูล ไม่มีค่ะ
ข้อความที่บูมโพสต์ว่าอย่างไรบ้าง
บูม “ทำไมจ๊ะ แม่เรายายเราเป็นอย่างไรจ๊ะ เป็นเด็กให้เฉยไว้จะน่ารัก และผู้ใหญ่ล่ะจ๊ะ ถ้าเป็นเด็กที่รักแม่ รักยายเราต้องทำอย่างไรจ๊ะ อ่อ พูดไม่ได้ คนจน คนไม่ได้ดัง สวัสดี บ่นกับตัวเอง อาจจะบ่นดังไปหน่อย ขอโทษค่ะ ไม่ไหว้ใครแล้ว ไหว้แล้วเจ็บหัวใจ หมายถึงคนที่ไม่ไหว้แม่กับยายเรา คนตรง 2018 น้องบูมขอโทษที่ทำตัวไม่น่ารัก วันนี้หนูจะจำทุกช็อต และทุกคน มันเป็นการตัดพ้อ”
นก เสริมว่า “มันเอ่ยถึงชื่อใคร มันเป็นการตัดพ้อของเด็ก เขาไม่ได้ไปด่าใคร พี่ษีบอกว่าไปด่าเขาทั้งตระกูล ด่าเขาตรงไหน มีคำหยาบตรงไหน”
คิดอย่างไรกับการที่เราโพสต์ออกไป
บูม “หนูมองว่าเป็นการระบายความรู้สึก หนูอาจจะขาดการยั้งคิดว่าหนูเป็นลูกของพ่อและแม่ แสดงความคิด ความรู้สึกแบบนั้นออกไป ซึ่งมันก็เป็นความรู้สึกที่ทุกคนก็ทำอยู่แล้ว เรื่องการระบายความรู้สึกผ่านโซเชียล เพียงแค่หนูคิดสั้นไป ว่าหนูเป็นลูกพ่อ ทำให้กระทบกระเทือนจิตใจพ่อ ทำให้ผู้ใหญ่รู้สึกว่าหนูเป็นคนไม่น่ารัก หนูต้องกราบขอโทษด้วย(ยกมือไหว้)”
ถามถึงเหตุผลที่เราไปถ่ายแช็ตไลน์ในมือถือของปอ
บูม “เรื่องโทรศัพท์ คือตลอดระยะเวลาที่พี่ปอไม่คุยกับแม่หนู แต่เขาก็คุยกับหนูอยู่ตลอดเวลา พี่ปอมาปรึกษาว่าอยากเปลี่ยนโทรศัพท์ วันนั้นไปบ้านพ่อ โทรศัพท์พี่ปอวางอยู่ ซึ่งเป็นโทรศัพท์เครื่องใหม่ของพี่ปอ หนูก็หยิบขึ้นมาดู ปรากฎว่ามันไม่ได้ล็อค หนูยอมรับรับว่าเสียมารยาทที่เข้าไปดูไลน์ของพี่ปอ แล้วเกิดไปเห็นข้อความไลน์อันนั้นหนูก็ถ่ายไว้
ทำไมถึงเขาไปดูไลน์ของเขา
บูม “พี่ปอไม่เคยเป็นอย่างนี้ ระยะเวลาที่ผ่านมาพี่ปอเป็นคนดีกับหนู หรือกับแม่ หนูมานั่งหาเหตุผล ขนาดพ่อยังหาเหตุผลว่าเป็นเพราะอะไรทำให้พี่ปอเปลี่ยนไป ซึ่งการที่หนูถ่ายรูปไลน์ของพี่ปอในวันนั้นออกมา แล้วอยากจะสร้างปัญหาให้พ่อจริงๆ
วันนั้นพอพี่ปอขึ้นห้องไปแล้ว หนูคงเอาไลน์นั้นให้พ่อดู แต่หนูเลือกที่จะไม่ให้พ่อดู หนูก็ไม่ทราบว่าพ่อทราบได้อย่างไรว่าข้อความในไลน์มีอะไรบ้าง แต่คิดว่าพ่อคงเห็นก่อนหน้านี้แล้ว แต่หนูก็ส่งกลับไปให้พ่อดูในวนที่พ่อบอกว่าต่อไปนี้ต่างคนต่างอยู่ก่อนที่จะโพสต์คลิป”
เราตั้งใจที่จะถ่ายแช็ตไลน์อันนั้นเราต้องการถ่ายเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
บูม “ไม่ได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน แค่อยากเอามาให้แม่ดูว่าจากคนที่เคยรักกัน ทำไมลับหลังของเราดีมั้ย ใครไม่ชอบเรา เราก็ไม่ต้องเข้าไปเท่านั้นเอง”
แต่พ่อเรา คิดว่าเราถ่ายไว้เป็นหลักฐาน
นก ตอบแทนว่า “ไม่ใช่ค่ะ เพราะตลอดเวลาเราก็คุยกันว่าที่ผ่านมาปอเขาเป็นคนดีนะ แต่ทำไมมันเกิดอะไรขึ้น แม่คิดว่าจะมีคนยุนะ เพราะพื้นฐานปอไม่ใช่คนแบบนี้ ถ้าจะคิดเรื่องหึง น่าจะคิดมาก่อนหน้านี้ เราอยู่มาเป็น 10 ปี ทำไมถึงเพิ่งมาคิด”
คิดว่ามีคนยุพี่ปอเหรอ
นก“พี่คิดแบบนั้น เพราะ จริงๆแล้ว ปอเป็นคนดี อยู่ๆเขาคงไม่ลุกขึ้นมาหึง”
และที่เห็นในข้อความแชท ตอกย้ำความคิดของเราไหม
นก“ใช่ เพราะในการคุยกันในแชทคือการด่าพี่นี่แหละ ด่าแม่พี่ แต่ในเมื่อต่อหน้าเราอยากเคลียร์กัน ทำไมไม่คุยกัน ใช่พี่เป็นคนเลือกที่จะไม่คุย”
นกสงสัยใคร
นก“คงบอกไม่ได้ว่าสงสัยใคร”
แล้วในข้อความแชท เห็นไหมว่าปอ คุยกับใคร
นก“เห็นค่ะ ถามว่าใช่คนที่มีปัญหากับเราไหม ก็ขอไม่พูดถึงดีกว่า มันจะกลายเป็นพาดพิงเขา”
สรุปคือเรารู้ว่าคนที่พาดพิงเราคือคนคุยในข้อความแชทกับปอ
นก“รู้ค่ะ อันนี้คือประเด็นว่า ที่บูม แคปรูปข้อความมา เพราะอยากรู้ว่ามีคนยุจริงไหม เลยเอามาให้แม่ดู ไม่ได้จะเอาไปแฉเขา หรือเอาไปให้พี่ษี ดู ว่าลับหลังมันเป็นอย่างนี้ๆ มันไม่ใช่ ถ้าจะให้พี่ษีดูเพื่อทำลายครอบครัวเขา คงให้ดูตั้งแต่วันแรกแล้ว”
อยากให้เรื่องนี้จบลงยังไงเพราะกลายเป็นขี้ปากชาวบ้านแล้ว
นก “มันกลายเป็นพาดพิงบุคคลที่สอง ที่สาม ที่สี่เยอะแยะไปหมด พี่ก็ไม่รู้ว่าพี่ษีจะเอาประเด็นไหนเป็นสำคัญ แต่ ณ วันนี้นกขอเลือกประเด็นที่สำคัญที่สุด คือเรื่องลูกกับพี่ษี มันจบลงง่ายๆอยู่แล้ว พ่อลูกตัดกันไม่ขาดหรอก อย่างพี่กับพี่ษี ความเป็นผัวเมียมันขาดกันไปแล้ว แต่ความเป็นพ่อลูกยังไงมันก็ตัดกันไม่ขาด”
จะมองหน้ากันติดไหม ทั้งพี่อักษรย่อ ส. ชูษี และปอ
นก “ติดค่ะ เพราะเราไม่ได้คิดอะไร เจอหน้ากับทุกคน”
แล้วบูมล่ะ?
บูม “พี่ส.หนูไม่ขอพูดถึงนะคะ ตัวหนูเองก็ไม่ได้อะไรกับเขา เพราะคนที่ถูกกระทำตรงนั้นเป็นยาย ซึ่งมันคนละก้อนกัน เพียงแค่หนูรู้สึกเสียใจ ไม่เข้าใจเฉยๆ อยากให้แยกส่วนออกไป ประเด็นหลักในวันนี้คือความผิดที่หนู ยืนเคียงข้าง
ปกป้องแม่และยาย ความผิดที่หนูรับไม่ได้ กับการที่จะมีบุคคลใดก็แล้วแต่ มาล่วงล้ำก้ำเกิน ซึ่งบุคคลนั้นเป็นภรรยาใหม่ของพ่อ แล้วส่งผลกระทบกระเทือนไปยังจิตใจ หัวใจของพ่อด้วย (พูดด้วยน้ำสั่นเครือและน้ำตาคลอ) ถ้าความผิดนี้มันเป็นความผิดของหนู ก็กราบขอโทษพ่อ (ยกมือไหว้)”
อยากชี้แจงอะไรถึงคนที่มองว่าเราก้าวร้าวไหม
บูม “ไม่ดีกว่าค่ะ”
นก “บูมไม่ใช่คนก้าวร้าว แต่เป็นคนตรงมากกว่าค่ะ และบุคคลิกเขาไม่ค่อยยิ้ม มันเลยเหมือนคนที่จะแข็งๆนิดนึง”
บูมจะใช้โซเชียลในทางที่ถูกมากขึ้นไหม
บูม “ปกติหนูก็เล่นโซเชียลทั่วไป ก็จะระมัดระวังมากขึ้นค่ะ ก็ฟังที่พ่อเตือน”
เรื่องนี้อยากโทษใครไหม
บูม “หนูผิดเอง โทษหนูเลย หนูผิดที่หนูรับไม่ได้และแสดงพฤติกรรมไม่พอใจ”
อยากบอกอะไรกับพ่อไหม
บูม “เรื่องในบ้านเราก็ตั้งใจคุยกันในบ้านอยู่แล้ว ไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่ทำให้พ่อคิดว่าหนูผิด หนูไม่ดี หนูเนรคุณ หรือ อกตัญญู ไม่โกรธพ่อค่ะ เพราะว่าเราไม่ได้นั่งคุยกัน มันเป็นเพียงการอธิบายของหนู ที่สื่อสารผ่านตัวหนังสือ
มันไม่สามารถบอกถึงความรู้สึกจริงๆ ว่าหนูรู้สึกยังไงถึงพูดแบบนั้น หนูก็ขอโทษ ถ้าไม่ว่าจะเป็น กาย วาจา ใจ ที่หนูกระทำแล้วทำให้พ่อคิดว่าหนู ล่วงล้ำก้ำเกินพ่อ หรือ หนูรักแม่มากกว่า หรืออะไรก็แล้วแต่ เหตุผลต่างๆไม่ว่าจะอะไร หนูขอโทษพ่อด้วยค่ะ ขอโทษจริงๆ” (น้ำตาคลอพร้อมทั้งยกมือไหว้)
Subscribe to:
Posts (Atom)
loading...